My Twitter note for Digital Marketing seminar by Eyeblaster

  • Shocked with Michael Jackson news. R.I.P. #
  • 30% of consumers time on the Internet, but only < 5% of marketing budget are allocated to online medium. #
  • Lighthouse calories banner looks good. #
  • Only 20% of conversion are click-based, the remaining 80% are impression-based. #
  • In @eyeblaster seminar organized in Bangkok. Jordan Khoo is now on stage. #
  • Just gotta know that tonight will be another long long night. Business matters? #
  • RT @cameronjohnson Michael Jackson has the top 15 spots of the bestseller list on amazon music. #
  • P Tik is now presenting Silverlight on stage. #
  • Lee Smith, CEO Digital of Omnicom Media Group APAC just arrived. We’ll have another interesting session right after this. #
  • All credits to John Wanamaker, his famous quote was presented twice. One in the opening session by myself and another by Lee Smith. #
  • “Half the money I spend on advertising is wasted; the trouble is I don’t know which half.” is that quote. Wiki “John Wanamaker” for details. #
  • “Return on Information”, every $$ we spend, should lead to new info > knowledge > future improvements. Interesting ROi definition from Lee. #

,

No Comments

My Twitter note from ABF - social media marketing seminar 18 June

  • Im now on stage, listening to presentation from Gilbert Lo. #
  • Gil did link Longtail concept well with Ad Network concept. #
  • Targeting drives perfomance. #
  • P Wanchat is now on stage talking about Online advertising change. #
  • Ring a bell while feeding a dog. #
  • P Wanchat presented his geeky chain reaction concept again in front of marketers. OMG! #
  • Thanks P Wanchat for such a great 2nd round of his theories, this round he linked it well to real world implication. #
  • News consumption online is on par with TV., globally. #
  • Wolfgang Jaegel presents his renowned paywhatyouwant.com.sg campaign made for Ibis hotel group. #
  • Yes! @kengdotcom presents Kryptonite case study with some new videos! #
  • Work enter Kryponite bike lock~~ the new version by @kengdotcom. #
  • All today’s speakers said exactly the same thing. Consumers didn’t believe the ad, the did believe what other consumers say. #
  • , ,

    No Comments

    My Twitter note from ABF - social media marketing seminar 19 June

  • Khun Steve Vincent from Aziam Burson-Marsteller starts his presentation on PR2.0. #
  • Steve recommends four great corporate blogs. (1) Google = http://googleblog.blogspot.com/ #
  • Steve’s great corporate blogs (2) GM = http://fastlane.gmblogs.com/ #
  • Steve’s great corporate blogs (3) Wal-Mart = http://www.checkoutblog.com/ #
  • Steve’s great corporate blogs (4) Southwest Airline = http://www.blogsouthwest.com/blogsw #
  • Steve also named another blog for anti-Wal-Mart people, http://walmartwatch.com/blog #
  • It’s great that Steve is the 1st speaker of the day, perfectly linked with yesterday’s afternoon speakers. Social media > Blogs > PR2.0. #
  • We need to put cool & weird things on Youtube in order to make it popular. A traditional corporate video is not a choice :-P #
  • Online spokesperson needs 3 skills (1) High-EQ (2) Knowledge deep & broad (3) Technical ability. #
  • K. Tan walked the attendees through JWT Avatar episodes, all are shown on his Youtube channel at http://www.youtube.com/user/kannadhee #
  • P Rong Proximity showed up “Spectrum of Engagement” chart > http://bit.ly/wX6Jg #
  • Have you ever heard about *Miracle on the Hudson*? Follow the guy on that ferry at @jkrums. #
  • Yellow Tree house is cool! > http://www.yellowtreehouse.co.nz #
  • iPhone Jonny is another cool shot by Yellow > http://1stinline.blogspot.com/ #
  • Radical thinking from Skittles, check out http://skittles.com and see it yourself krub :-) #
  • Khun Aor Google starts her presentation on Search Marketing. Thailand is the “heaviest search” country in SEA. #
  • Khun Aor reinforces that people search for products information before making decision. 67% of computer purchasers did it before purchase. #
  • Think the attendees will go back and try google.com/trends, at least 3 out of 11 speakers recommended it. #
  • Today’s coffee consumption : 1 Americano + 1 Double-Espresso + 1 single Espresso = Total 4 units already. #
  • 80 million minutes = accumulate time spent on Hotmail, by Thai people, per day!, according to P Tik, Kamolpat, from Microsoft. #
  • Khun Jinn from MRM Worldwide is now on stage, introducing 4 types of consumers (1) influencer (2) connector (3) observer (4) ignorer. #
  • Influencer REACH = Ability to target, engage, and *convert* the right influencer. #
  • Influencer ACTIVITY = Ability to make influencer generate word of mouth, we measure no. of discussion, quality of discussion (+)(-). #
  • We need clear objectives, Is it for awareness, brand advocate, revenue, acquisition, or loyalty? #
  • We measure engagement by looking at duration, frequency, page view, return visits. #
  • We could also measure engagement by looking at *relevant action taken*. #
  • Dr. Piya ma waeewwwww ~~~~. Must be an interesting session packed with data from Truehits.net. #
  • Just created FB group for this seminar. #
  • A collection of URLs mentioned in ABF seminar > http://delicious.com/siwatc/abf #
  • Thailand Internet growth, by PV = 28%, by daily IP = 32%. Latest number of users = 16.8 million, according to Dr. Piya. #
  • FB group for ABF seminar members : http://bit.ly/19LkrA #
  • 300,000,000 times = no. of times Thai people search for anything on search engine. #
  • Popularity rate, Sanook = 51%, Kapook = 35%, Mthai = 29%, Dek-D = 21%, Teenee = 21%. #
  • , ,

    No Comments

    5 สูตรผสมสื่อดิจิตอลกับสื่อนอกบ้าน

     

    สวัสดีครับ ปี 2009 นี้นับเป็นปีที่นักการตลาด และเอเยนซี่โฆษณาต้องพบความท้าทายอย่างยิ่งครับ เนื่องจากผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ หลายๆ บริษัท หลายๆ แบรนด์ มีความจำเป็นต้องปรับลดงบประมาณ (รวมถึงงบโฆษณาด้วย) เพื่อรักษาเงินสด หรือส่งเงินสดกลับไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันด้วยกำลังการซื้อที่ลดลง นักการตลาดก็ยังมีความจำเป็นต้องใช้งบโฆษณาเพื่อกระตุ้นความต้องการในการจับจ่ายใช้สอยของกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

     

    แนวโน้มใหญ่ของปี 2009 นี้จึงหนีไม่พ้นการที่นักการตลาด ต้องหันมามุ่งเน้นการทำโปรโมชั่น สินค้า จูงใจให้เกิดการซื้อ ในขณะเดียวกันการโฆษณาก็หันมามุ่งเน้นการวัดผล เพื่อตอบให้ได้ว่าเงินโฆษณาที่ใช้ไปมีความคุ้มค่ามากเพียงใด ถ้าหากสื่อใดพิสูจน์ได้มากว่าสามารถสร้างผลทางบวกกับยอดขายได้ก็เป็นที่ชื่นชอบของนักการตลาดได้มากขึ้น ส่วนสื่อที่มีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้น้อย ก็อาจจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ถูกตัดออกไปจากแผนงานการใช้สื่อ

     

    การวัดผล จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยไม่ต้องให้ใครมาคอนเฟิร์ม

     

    ในบทความนี้ ผมจึงขออนุญาตแนะนำ “สูตร” การผสม หรือ “mix” สื่อสองสื่อเข้าด้วยกัน เพื่อสำหรับนักการตลาดพิจารณาปรับใช้ในสถานการณ์เยี่ยงนี้

     

    สูตร 1 : OOH + หมายเลข call center

    เป็นสูตรที่เห็นกันอยู่ประจำ ยกตัวอย่างเช่นป้ายโฆษณา Delivery ของ Pizza หรือ Fast food ป้ายโฆษณาบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ค่ายต่างๆ หรือป้ายโฆษณาโครงการคอนโด หมู่บ้านจัดสรร ฯลฯ เปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายที่สนใจโทรไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หมายเลข call center นี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด สำหรับกลุ่มเป้าหมาย เพราะการใช้โทรศัพท์เพื่อโทรออก ใครๆ ก็ใช้เป็น หมายเลขโทรศัพท์ที่จำง่าย ก็จะทำให้กลุ่มเป้าหมายตอบรับได้ง่ายกว่า

     

    สูตร 2 : OOH + SMS Short Code

    แบบนี้เราเห็นกันมากขึ้นกับพวกบริการเสริมของค่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เมื่อเห็นข้อความโฆษณาแล้วสามารถกด เพื่อเริ่มติดต่อ ร่วมกิจกรรม รับโปรโมชั่น สมัครใช้บริการ ฯลฯ ได้ทันที ปัจจุบัน SMS นี้ถือเป็นบริการพื้นฐานที่ใช้งานได้ในโทรศัพท์ทุกๆ รุ่น การใช้ SMS ยังเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของ call center และสามารถเชื่อมต่อไปยังระบบการให้บริการต่างๆ ได้ง่ายอีกด้วย

     

    สูตร 3 : OOH + ชื่อเว็บไซต์

    เป็นอีกสูตรหนึ่งที่พบเห็นกันอยู่บ้าง ชื่อเว็บไซต์ที่จำง่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ จะยังไม่ได้เข้าไปดูเว็บไซต์ได้ทันที จึงต้อง “จำ” ไปจนกว่าจะกลับไปถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ หากสนใจสูตรนี้จริง จึงขอแนะนำให้ใช้สื่อนอกบ้าน คู่กับการลงโฆษณาในเว็บไซต์ประกอบ เพื่อให้สื่อนอกบ้านเป็นตัวสร้าง Impact ส่วนสื่อโฆษณาในเว็บไซต์เป็นตัวกระตุ้นเตือนความจำ

     

    อีกกรณีหนึ่งคือกลุ่มเป้าหมายอาจจำสินค้าได้ แต่จำชื่อเว็บไซต์ไม่ได้ เมื่อกลับไปหน้าจอก็จะทำการค้นหาในอินเทอร์เน็ต การลงโฆษณาผ่านเครื่องมือค้นหาอย่าง Google จึงเป็นการโฆษณาภาครับที่สำคัญเช่นกัน

     

    สูตร 4 : OOH + Barcode

    ในเมื่อชื่อเว็บไซต์นั้นจำยาก ในบางประเทศอย่างญี่ปุ่นจึงดัดแปลงเอา Barcode ไปติดไว้บนสื่อนอกบ้านเสียเลย และให้กลุ่มเป้าหมายใช้กล้องในเครื่องโทรศัพท์ถ่ายภาพเพื่อแปลความเป็นชื่อเว็บไซต์ต่อไป อย่างไรก็ตามสูตรนี้ในบ้านเราอาจยังทำได้จำกัด เนื่องด้วยความนิยมในการใช้เทคโนโลยีและความเข้าใจของกลุ่มเป้าหมายยังไม่อยู่ในวงกว้างนัก

     

    สูตร 5 : OOH + Bluetooth Marketing

    ใช้สื่อนอกบ้านกระตุ้นให้เกิดความสนใจ และบอกให้กลุ่มเป้าหมายเปิดสัญญาณ Bluetooth ในเครื่องโทรศัพท์ หลังจากนั้นจึงยิงสัญญาณ Bluetooth เพื่อส่งข้อมูลสินค้า คูปอง โปรโมชั่นไปให้ สูตรนี้มีข้อจำกัดเรื่องความนิยมในการใช้เทคโนโลยีไม่ต่างจากสูตรที่ 4

     

    จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 สูตรที่กล่าวมา มีลักษณะร่วมกันอยู่ครับ กล่าวคือการเลือกใช้จุดดีของสื่อนอกบ้านที่สามารถสร้าง Impact หรือเรียกร้องความสนใจได้ดีเยี่ยม สร้างให้เกิดความสนใจ หลังจากนั้นจัดการเติมสื่อดิจิตอลเข้าไป เปลี่ยนสื่อนอกบ้านจากสื่อทางเดียว (One Way Communication) มาเป็นสื่อสองทางที่โต้ตอบได้ นอกจากนั้นการเติมสื่อดิจิตอลเข้าไปยังให้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือขยายขอบเขตการให้ข้อมูล จากที่ถูกจำกัด ด้วยขนาด และพื้นที่ของสื่อนอกบ้านเอง ให้สามารถนำเสนอข้อมูลเชิงลึกได้อย่างไม่จำกัด และที่สำคัญที่สุดในปีนี้ อย่างที่จั่วหัวไว้ทีแรก คือทุกๆ การตอบรับเข้ามาของกลุ่มเป้าหมาย เราสามารถวัดผลได้ครับ ขอให้ทุกท่านโชคดี สวัสดีครับ

     OHM March cover

     

    * บทความข้างต้นผมเขียนในกับนิตยสาร OHM ฉบับ เดือน มี.ค. 52 แต่ดองไว้จนหนังสือวางแผงจึงคัดลอกให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

     

    , , ,

    No Comments

    Siwat’s Saturday morning

    Walking out in soi to eat egg noodles and Patongo is my favorite activity every Saturday morning. It’s a true happiness smiling at your village’s friends (eventhough I don’t know them personally), the shop owners, watching all the dogs in the calming morning, and most of the times those kids running in the playground.

    It’s a part of my simple ideas to live happily.

    How do I experience? Check out the video below.

    More details in Thai posted in my old Live Spaces

    http://siwatc.spaces.live.com/blog/cns!FAF44BBAB4921FFF!134.entry

    http://siwatc.spaces.live.com/blog/cns!FAF44BBAB4921FFF!1321.entry

    , , ,

    1 Comment

    For Bangkok University Students krub :-)

    Hope you all like my lecture last week na krub.

    For those who want the presentation file for your reference, please contact A. Malee and she can give you the link to download. 

    Alternatively, please e-mail me na krub siwat (at) siwat (dot) com

    No Comments

    Lorem ipsum dolor sit amet

    วันนี้ได้เอกสารจากลูกค้า มาตัวนึง เห็นแล้วเขียนว่า Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam …. มันคืออะไรหว่า คิดไปคิดมา อ้อ มันก็เจ้า filler text ที่ใช้กันทั่วไป เห็นน้องๆ designer ที่ทำงานก็ใช้ เวลาที่แบบว่าทำ mock งาน ก็ต้องใช้ไอ่ประโยคนี้แหล่ะ

     

    ว่าแล้วก็สงสัย มันแปลว่าอะหยัง … ก็เลย Google ดู

     

    เชื่อมั้ย มันมีไอ่คำนี้ ซึ่งไม่มีความหมาย ตั้งกว่า 3 ล้านคำในโลก ก็เข้าๆ ไปไล่อ่านดู แค่อันแรกๆ ก็พบประวัติศาสตร์ของมัน ประมาณว่า ไอ่เจ้า ข้อความ ลอเร็ม อิปซัม โดโลร์ นี้ มันใช้กันมานานโข แล้ว เป็นหลายทศวรรษ แต่ทำไมคนถึงใช้กันได้ทั่วโลกขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ไม่มีความหมาย ค้นไปค้นมา ก็เลยไปเจอคนมาอธิบายไว้ว่า หลายที่เลย

     

    http://websitetips.com/articles/copy/lorem/

    http://www.straightdope.com/columns/010216.html

    http://www.lipsum.com/ –> อันนี้มีให้สร้าง text lorem ipsum เอาไปใช้เล่นๆ ได้ด้วย

     

    ที่มาก็คือว่ากาลครั้งหนึ่ง เมื่อหลายร้อยปีที่แล้ว text นี้มันมาจาก คำพูดของ Cicero ปราชญ์ชาวกรีกนี่เอง แต่เจ้าสำนักพิมพ์ดันพิมพ์แล้วมัน scrambled ซักอย่าง ก็เลย โดนตัดกันกลางประโยคซะ … แล้วก็น่ากลัวจะใช้ตามกันเรื่อยมาอย่างไม่มีเหตุผล

     

    แต่อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ มีผู้รู้กล่าวไว้ในเว็บว่าเนื่องจาก text นี้มันอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถแปลความหมายได้ มันจึง “เหมาะ” อย่างมากที่จะไปใช้ทำตัวอย่าง เพราะเค้าว่ากันว่า ถ้า ใช้ตัวอย่างประโยคที่มีความหมายหรืออ่านรู้เรื่อง แล้วมันจะดึงความสนใจของลูกค้าที่กำลังจะต้อง approve layout หรือ design ไปนั่งอ่าน content แล้วก็มาว comment เรื่อง content ซะแทน (แม้ว่าจะรู้แล้วว่าสิ่งที่ต้อง approve คือ layout & design)

     

    นี่เราจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่าเนี่ย ใครรู้แล้วก็ขำๆ ละกันนะจ๊ะ ..

    No Comments

    ความสุขเล็กๆ น้อยๆ (revisited)

    ย้อนไปเมื่อพฤหัสก่อน ฝนตก รถติด นั่งอยู่บน Taxi เหลือเวลาอีก 15 นาทีจะประชุมแล้ว จะทำยังไงดีละเหวย … สุดท้ายก็ลงเดิน เหลือ 5 นาที ขึ้นสะพานลอย ขึ้นลิฟต์ เข้าห้องประชุม … ไม่!!! แวะซื้อ ไก่ป๊อปซี๊ดก่อน ก็อยากกินนะ

     

    พูดแล้วจะหาว่าโฆษณา ตั้งแต่ทำเจ้าแคมเปญไก่ป๊อปมานี่ บริโภครวมไปทั้งสิ้น 7 กล่องแล้ว … จากที่ซื้อทีละกล่อง ช่วงหลัง ซื้อครั้งละ 2 กล่อง ใจจริง อยากจะให้มันกลายเป็นเมนูถาวรไปเลย … ก็มันเล่นรวมเอาสองอย่างที่ชอบกินเข้าไว้ด้วยกัน หนึ่งคือไก่ป๊อป และสองคือรสชาติเผ็ด แบบวิงซ์แซ่บ เรียกว่าไม่อยากให้ถอดจากเมนูเลย ให้มันมีขายยังงี้ตลอดไปได้มะ … แล้วก็เลยนึกได้ว่า นอกจากความอร่อยตามที่ชอบแล้ว เจ้าไก่ที่ว่า ถูกนับเป็นหนึ่งในความสุข จำพวก ความสุขเล็กๆน้อยๆ ไปเรียบร้อยซะแล้ว

     

    Link นี้ คือครั้งแรกที่เขียนเรื่องความสุขเล็กๆ น้อยๆ (เป็น post แรกใน space นี้เลยนะ)

    http://siwatc.spaces.live.com/blog/cns!FAF44BBAB4921FFF!134.entry

     

    คืนนี้ก็เลยได้ฤกษ์ revisit เจ้าความสุขเล็กๆน้อยๆ อย่างที่ว่ากันอีกสักครั้ง

     

    เรายังมีความสุขกับการกินหมีเกี๊ยวในซอยทุกเช้าเหมือนเดิม (รวมทั้งเช้านี้ด้วย) เพราะเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสความ “บ้านๆ” ในชุมชนบ้านเรา วันนี้นั่งกินอยู่ มีป้าสองคนเดินออกมา ตะโกนเรียกมอเตอร์ไซค์สองคัน พี่ๆที่วิน ตะโกนสวนไปว่า “มีรถอยู่สามคัน ให้ไปหมดเลยมั้ยล่ะป้า″ … แล้วก็โดนป้าแกด่าสวนมาเข้าให้ เสร็จแล้วทั้งวินทั้งป้าก็หัวเราะ …. ภาพแบบนี้แหล่ะ ความสุขเล็กๆน้อยๆ ของเรา

     

    เมื่อวานไปโลตัส เจอเจ้า Captiva จอดโชว์อยู่ เดินไปลูบๆคลำๆ แล้วก็เกิด imagination ไอ่รถแบบตรวจการณ์เนี่ย เคยไปลองนั่งตามโชว์รูม นั่งทีไร เคลิ้มทุกที นึกถึงถ้าได้ขี่คงโก้พิลึก … (ระหว่างตัวอักษรนี้กับตัวก่อนหน้า ห่างกัน 5 นาที เพราะมัวไป download catalog จากเว็บ Chevrolet อยู่) …  เสร็จแล้วเราก็กลับมานั่งอมยิ้มเวลานึกถึงรถ นี่แหล่ะความสุขเล็กๆน้อยๆ … แม้จะไม่ได้ซื้อ … ตอน Mazda 3 ก็เป็นงี้ทีแล้วล่ะ

     

    ซื้อไก่ย่าง + เครื่องในมาให้กิมจิกิน … ใช่ ความสุขเล็กๆน้อยๆ

     

    ร้องเพลงในรถ … ตอนนี้เหมือนจะกลายสภาพจากความสุขๆเล็กๆน้อยๆ มาเป็นความสุขแบบ routine + ความต้องการเอาชนะตัวเอง … ชักจะแยกไม่ออกแล้ว ว่าตอนนี้ทุกวันอาทิตย์ เราไปเรียนร้องเพลง หรือไปเล่นกีฬากันแน่?

     

    เอาเถอะ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็แล้วแต่ การร้องเพลงก็กลายเป็นความสุขแบบกำหนดได้เองสะแล้ว

    ไม่แน่นะ เราอาจจะอายุยืนขึ้นเพราะการร้องเพลง แม้ว่าเราจะกิน Mc วันละสองมื้อก็เถอะ (อีกมื้อกิน เบอร์เกอร์คิง!!!)

    ,

    No Comments

    ดิจิตอลริมถนน

     

    สวัสดีครับ ขณะที่ท่านอ่านบทความนี้ ท่านอยู่ที่ไหนครับ … ขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ผมนั่งอยู่ริมถนนในซอยทองหล่อ เขียนไปมองน้ำพุไป อย่าอิจฉานะครับ … ระยะหลังมานี้ Wi-Fi เริ่มมีให้ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้วครับ ทองหล่อ เป็นหนึ่งซอยที่มี Wi-Fi ใช้ได้เกือบทั้งซอย และสัญญาณแรงขึ้นไปถึงตึกที่ผมนั่งทำงานอยู่ปัจจุบันทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีสยามสแควร์ นับได้ว่านักเล่นเน็ตบ้านเราโชคดีไม่น้อยเชียวครับ (แม้จะยังไม่โชคดีเท่าสิงคโปร์ หรือ สเปน ที่มีใช้กันในเกือบทุกพื้นที่) …

     

    แต่ช้าก่อนครับ ดิจิตอลริมถนน อย่างที่หัวข้อบอกไว้ไม่ได้หมายถึงเรื่อง Wi-fi อย่างเดียวครับ อันที่จริงผมกำลังจะแนะนำถึงการผสานสื่อดิจิตอล เข้ากับสื่อ OOH (Out of Home Media) ซึ่งผมเรียกแผลงๆไปเองว่า ดิจิตอลริมถนน นี่เองครับ … ช่วงปลายปีที่แล้วใครที่มีโอกาสไปสยามเซ็นเตอร์คงจะได้เห็นโฆษณารองเท้าไนกี้ขนาดใหญ่บนฝาผนัง ซึ่งถ้าลองสังเกตแล้วใครที่สนใจ ก็เลือกที่จะดาวน์โหลดข้อมูลรองเท้านั้นออกจากแผ่นป้ายโฆษณาได้ไม่ยากนะครับ

     

    2D Barcode

    โฆษณาอย่างของรองเท้าไนกี้ที่ว่านั้น มีทางเลือกให้คนรักรองเท้าได้ดาวน์โหลดรองเท้า 2 ทางด้วยกันครับ วิธีแรกคือการเอา โทรเข้าหมายเลขโทรศัพท์ 026963888 แล้วก็ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้บอกไว้ ระบบก็จะส่งลิงค์มาให้ดาวน์โหลดข้อมูลรองเท้าเอง ส่วนอีกวิธีหนึ่ง ดูจะทันสมัยกว่าแบบแรกอยู่มาก คือการใช้กล้องที่อยู่กับตัวโทรศัพท์ไปจ่อที่รูป บาร์โค้ด ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม เครื่องโทรศัพท์จะจัดการแปลความเจ้า Bar Code ที่เห็น ว่าเป็นรองเท้ารุ่นไหน อย่างไร แล้วก็ส่งเจ้ารองเท้านั้นเข้าเครื่องมือถือเราได้ทันทีครับ

    (สนใจเรื่อง 2D Barcode เข้าไปดูที่ http://www.mobilelife.co.th/mobilelife/t/barcodeaccess/index.html)

     

    Bluecasting

    การแข่งขันวิมเบิลดันปี 2006 ไอบีเอ็ม (โดยโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์) จัดการเนรมิต ต้นไม้วิเศษขึ้นมาตามท้องถนน โดยรอบบริเวณการแข่งขัน ใครที่เดินมาที่ต้นไม้นี้ ไม่ต้องอธิษฐาน เพียงแต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิด Bluetooth ก็พร้อมที่จะรับข้อมูลผลการแข่งขันได้ทันที นอกจากจะรับผลการแข่งขันแล้ว ยังสามารถเข้าไปเลือกลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากไอบีเอ็ม ได้อีกเช่นกัน นอกเหนือจากต้นไม้วิเศษแล้ว โอกิลวี่ยังสร้าง สนามวิเศษ และ … เก้าอี้กรรมการวิเศษอีกด้วย … การส่งผ่านข้อมูลโฆษณาผ่านเจ้า Bluetooh อย่างที่ว่านั้น ถูกเรียกว่า “Bluecasting” ซึ่งในระยะหลังมานี้มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น คาดว่าปีนี้คงได้เห็นมากขึ้นในเมืองไทยเราครับ เตรียมเปิด Bluetooth ไว้รอรับกันได้เลย

    (ดูภาพประกอบ เข้า Google.co.th แล้ว search ด้วย keyword “special tree wimbledon 2006”)

     

    Interactive OOH Media

    เจ้า Interactive Media ตัวนี้เปิดโอกาสให้เราได้ “เล่น” กับงานโฆษณาผ่านทาง เทคโนโลยีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว และ/หรือ การรับภาพผ่านทาง Digital Camera แล้วนำไปประมวลผล เพื่อเลือกแสดงชิ้นงานโฆษณาออกมาผ่านทางการเคลื่อนไหวของเรา อ่านแล้วเห็นภาพได้ยาก ต้องลองเข้าไปดูตัวอย่างงานครับ ที่ http://www.youtube.com/watch?v=IqVgPZlKpmc สำหรับในบ้านเรา สื่อตัวนี้มีมาโชว์ให้เห็นตั้งแต่งาน TAM ปีที่แล้วครับ เราอาจจะได้เห็นบูธแสดงเทคโนโลยี ของ NOKIA เมื่อเดินเข้าไปใกล้ จะเห็นแสงจากโปรเจกเตอร์ฉายลงมา พอเราเอามือชนกัน แสงที่ฉายลงมาก็แปลงร่างเป็นโทรศัพท์มือถือ NOKIA ฉายลงมาในมือของเราเรียบร้อยทีเดียว

     

    นอกเหนือจากสองสามเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว ยังมีรูปแบบแปลกๆ ให้เห็นอีกนะครับ เช่น Mobile Video Advertising ลองดูที่ http://www.youtube.com/watch?v=2FDrkxB2QFY ได้ และเตรียมติดตามเรื่องใหม่ๆ อย่าง ของ Location-based SMS ด้วยนะครับ ได้ข่าวว่าทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เริ่มที่จะเปิดให้บริการทางด้านโฆษณากันบ้างแล้ว ต่อไป เราอาจจะได้รับ SMS โปรโมชั่นร้านอาหารตอนที่เราอยู่ใกล้ๆ ก็ได้นะครับ

     

    กว่าจะเขียนจบบทความ ก็กลับมานั่งอยู่ในออฟฟิศ เสียแล้วครับ สำหรับท่านไหนที่สนใจเรื่องของ ดิจิตอลริมถนน เขียน e-mail เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้นะครับ ทุกวันนี้อะไรๆ ก็พัฒนาไปเร็ว ไล่อ่านไล่ศึกษาคนเดียวอาจจะไม่ทันเสียแล้วครับ … สวัสดีครับ

    , , , ,

    No Comments

    7 เรื่องน่ารู้เมื่อเริ่มใช้สื่อดิจิตอล

    ปี 2550 นี้ เชื่อเหลือเกินครับว่าพวกเราทุกท่านจะได้เห็นแคมเปญการตลาด ของแบรนด์ต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกมากในสื่อดิจิตอล บางแบรนด์ที่เริ่มต้นทำมานานแล้ว สะสมความรู้ไว้มาก ยิ่งทำก็ยิ่งได้ผลตอบรับดีมากขึ้น บางแบรนด์ก็เพิ่งจะจัดสรรงบประมาณมาทดลองสื่อดิจิตอลนี้ บางแบรนด์มั่นใจเต็มที่ บางแบรนด์ผู้ใหญ่สั่งมา และบางแบรนด์ยังกล้าๆ กลัวๆ ฉบับนี้จึงขอฝากเรื่องน่ารู้สำหรับท่านที่สนใจเริ่มใช้สื่อนี้ (รวมถึงหลายท่านที่ใช้งานอยู่ เชิญพิจารณาครับว่าตรงกับสิ่งที่ท่านคิดหรือทำอยู่หรือเปล่า)

     

    1. สื่อดิจิตอล ทำไม่ได้ทุกอย่าง –ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในบ้างเรามีแค่ 10 ล้านคน เทียบกับประชากรทั้งหมดยังน้อยอยู่เลย เพราะอย่างนั้นถ้าหวังผลวงกว้างเหมือนการใช้โทรทัศน์ คงเป็นไปไม่ได้ (แต่ถ้าสนใจกลุ่มเฉพาะ 15-29 กรุงเทพฯ ละก็ ใช้ได้ไม่เลวเลยครับ วัยรุ่นบางคนไม่ดูทีวีแล้ว ส่วนคนทำงานหลายคนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในที่ทำงาน มากกว่าอยู่หน้าจอทีวีหลายเท่าตัวนัก) ส่วนโทรศัพท์มือถือนั้นมีคนใช้มากถึง 35 ล้านคน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ และโครงข่าย ทำให้ไม่สามารถทำงานโฆษณาที่เน้นภาพเสียงสมบูรณ์แบบได้

     

    2. แต่สื่อดิจิตอลทำบางอย่างที่สื่ออื่นทำไม่ได้ – สื่อสารสองทางแบบทันทีทันใด (Interactivity) เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นรายบุคคล (Identifiable) จัดสรรข้อความโฆษณาที่เหมาะกับแต่ละคนได้ (Personalization) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลได้อย่างดี (Database Collection) นำเสนอโฆษณาในเวลาที่ผู้บริโภคต้องการและกำลังค้นหา (Search Engine Marketing) ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และข้อความได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้งบประมาณจำกัด (Real-time monitoring & Adjustment) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเอกลักษณ์ของสื่อดิจิตอล ที่เราหาไม่ได้ในสื่อชนิดอื่น

     

    3. เน้นผลตอบรับ (ROI) เชิญทางนี้ – หลายคนบอกกันว่าสื่อนี้เชื่อถือได้ยาก เพราะวัดผลไม่ได้ ฟังแล้วก็น่าแปลกใจครับ เพราะสื่อนี้วางอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี ทุกการเคลื่อนไหวปรับเปลี่ยน ทุกการตอบสนองของผู้บริโภคเราสามารถบันทึกไว้ในฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเราต้องไม่ลืมนิยามตัววัดที่จะใช้ และจัดเตรียมระบบการวัดผลในขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วน

     

    จากข้อ 1 ถึง 3 นี้เองครับ เราจึงมักจะเห็นหลายๆ แบรนด์เลือกที่จะดึงเอาสื่อดิจิตอลไปผสานกับสื่อหลักอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ วิทยุ สื่อกลางแจ้ง รวมไปถึงกิจกรรมการตลาดอื่นๆ โดยดึงเอาจุดแข็งของแต่ละสื่อมาประกอบกับเป็น Integrated Campaign

     

    4. เก่าแต่ชัวร์ หรือใหม่หวือหวาน่าลุ้น – สำหรับท่านนักการตลาดที่สนใจใช้สื่อนี้ ต้องบอกก่อนครับว่าจนถึงปัจจุบันสื่อนี้มีอายุเกือบ 10 ปีแล้ว บางท่านอาจคาดหวังว่าหากใช้สื่อดิจิตอลแล้ว จะต้องเห็นอะไรใหม่ๆ เสมอไป แต่ในความเป็นจริงแล้วหากท่านคาดหวังผลตอบรับที่แน่นอน เครื่องมือที่เลือกใช้อาจเป็นเครื่องมือแบบเดิมๆ เช่นการใช้แบนเนอร์โฆษณา หรือการทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา เนื่องจากมีกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จมาก่อนมาก ท่านจึงคาดการณ์ความสำเร็จได้ ส่วนเครื่องมือที่ออกมาสู่ตลาดใหม่ๆ นั้น หากท่านจะเลือกใช้ อาจต้องเสี่ยงกับความไม่แน่นอนของผลตอบรับบ้าง แลกกับภาพลักษณ์ที่เป็นความหวือหวาแหวกแนวเป็นสมัยใหม่

     

    5. ยึดมั่นกับวัตถุประสงค์ – เช่นเดียวกับเครื่องมือการตลาดทั่วไปครับ เครื่องมือแต่ละตัว ก็มีลักษณะเฉพาะ เหมาะกับวัตถุประสงค์ของแคมเปญแต่ละแบบ เช่น ใครสนใจเรื่อง ผลตอบรับในแง่ยอดขาย การใช้เครื่องมือที่วัดผลได้ละเอียด เน้น ROI (เช่น Google Adwords หรือ ลงทุนติดตั้งตัววัดอย่าง Doubleclick) ก็ดูจะเหมาะมาก ส่วนถ้าใครสนใจเรื่องความรับรู้หรือ Awareness ท่านอาจต้องเลือกใช้แบนเนอร์โฆษณาลงในเว็บไซต์ที่มี ราคาต่อหน่วยการแสดงผลต่ำ ไม่ว่าจะเป็น ราคาต่อการแสดงผล (CPM) หรือราคาต่อคลิก (CPC) รวมถึงเว็บไซต์ที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูง

     

    6. อย่าแปลกใจเรื่องราคา – สำหรับสื่อดิจิตอลในบ้านเรา ยังไม่ได้มีการจัดทำมาตรฐานของสื่อมากนัก โดยเฉพาะมาตรฐานด้านราคา เช่น เว็บไซต์เฉพาะทางแต่ละรายยังมีแนวคิดในการตั้งราคาต่างกันมาก (หรือบางเว็บไซต์อาจไม่ทราบวิธีการตั้งราคาเลยด้วยซ้ำ) ส่วนเว็บพอร์ทัลใหญ่ๆ ส่วนใหญ่มีนโยบายราคาชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติแล้วการเสนอราคารวมทั้งส่วนลด ยังมีความยืดหยุ่นสูงขึ้นกับพนักงานขายแต่ละคน ดังนั้น ราคาที่ได้เสนอเข้ามาในแต่ละครั้งอาจมีความแตกต่างกันได้มาก อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับสื่อชนิดอื่นๆ ยิ่งซื้อมากยิ่งได้รับส่วนลดมาก หลายๆ แบรนด์จึงเลือกซื้อสื่อผ่านทาง Media Agency เพื่อให้ได้ราคาถูกลง

     

    และข้อ 7 ทิ้งท้ายบทความฉบับนี้ไว้ด้วย ภาษิตจีน ที่ผมขอคัดลอกต่อมาจากผู้ใหญ่ในวงการโฆษณาอีกท่านหนึ่งว่า I hear … and I forgetI see … and I rememberI do … and I understandหากท่านสนใจอยากทำความเข้าใจสื่อดิจิตอล … ละสายตาจากบทความนี้ แล้วเตรียมตัวออก สตาร์ทแคมเปญแรกของท่านกันดีกว่าครับ

    , ,

    No Comments