Archive for category Digital Marketing

SIX things to help you avoid online brand “SICKNESS”

Social media is an interactive and credible channel that many marketers are trying to make full use of. However, its interactivity is also seen as a threat for many brands. Here is a list of SIX things to ensure that your brand won’t become SICK online.

1) Listen (please). Customers speak about your brand everyday, on their own blogs, web forums and in social media. Listening to their opinions will help you understand them & to identify key actions. For example, if you are planning to open a Facebook page for your brand, a search for existing topics mentioning your brand in web forums will give you a guide as to what kind of discussions / questions / feedback you may get once you activate your Facebook page.

2) Information Journey. People search for information online to avoid the risk of making a wrong purchase decision. As they search, they will receive information from columnists, webmasters and existing customers. The marketer’s task is to identify where their information sources are and try to manage these sources.

3) Prompt action is needed when serious complaints appear in public spaces. There are many cases where the brand kept quiet because they needed to recheck all the facts & find the “right” answers. Our recommendation is to “at least” tell consumers that you are aware of such complaints before reverting later. It’s much better to tell them when you will give them the right answer, than to say nothing.

4) Be nice. Brands on social media are just like someone who lives in society. Be nice to others & they will be nice to you. Try to reduce the tendency to be attacked by competitors, anti-product groups, etc., which could make you lose focus.

5) Focus on value of products/services. The most difficult thing is to influence others to mention some positives about our products or services if ours are just not good enough. Besides PR and conversations on social media, we need to ensure we consistently deliver high quality products and services. For example, the restaurants with clean food good taste and great service don’t need much PR since people will keep talking positively and recommending from one to another.

6) Identify the advocates and support them. There may be a big group of fans who like our brand but don’t say it out loud. Some of them are happy to spread the good word around because they are brand loyal to us. The goal would be to identify who they are and create an exclusive channel to reach out to them.

, , , , , , , ,

No Comments

ข้อความจาก @siwat ฝากถึงน้องๆ #iYWC8 ครับ

น่าเสียดายที่ผมต้องกลับก่อน ปีนี้จึงไม่ได้มีโอกาสฟังและ comment งานจากการ present งานสดๆ จากน้องๆ ต้องขอบคุณทีมถ่ายทอดสด ที่ยังให้โอกาสได้ติดตามผลงานอยู่บ้างครับ

โดยส่วนตัวผมรู้สึกชื่นชมน้องๆ รุ่นนี้ที่สามารถนำเสนอแนวความคิดออกมาได้ดี แม้ว่า บางกลุ่มจะมีจุดเปราะ จุดที่ต้องปรับปรุงบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องปรกติ

การที่คนกลุ่มหนึ่ง 8 คน เพิ่งมาเจอกันได้ไม่กี่วัน และต้องลงไม้ลงมือช่วยกันสร้างสรรค์ผลงาน ภายใน 2 วัน 1 คืน ทำได้แบบนี้ถือว่าน่าชื่นใจมาก และรับประกันได้ว่าในชีวิตจริง เมื่อน้องๆ ได้ เข้าสู่วงการแล้ว ทีมงานที่ทำงานด้วยกัน จะมีเวลาในการรู้จักกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันวางแผน มากกว่านี้ ซึ่งผลงานที่ออกมา จะมีคุณภาพสูงได้มากกว่านี้มากครับ

ระหว่างที่อยู่ค่าย มีน้องคนหนึ่งท้วงผมว่า งานบางอย่างต้องอาศัยเวลาในการหาและรวบรวมข้อมูล มากกว่านี้ถึงจะคิด และผลิตงานได้ดี น้องเ้ข้าใจถูกต้องตรงเผงเลยครับ สถานการณ์ในค่ายนี้เป็นการจำลอง บีบรัดให้ต้องทำงานในเวลาจำกัด ในความเป็นจริง น้องจะทำได้ดีกว่านี้มากอย่างแน่นอน

มีน้องอีกคนหนึ่ง บอกว่าเพิ่งได้ความรู้ใหม่ ว่าเพื่อนๆ ที่มาจากต่างสาขากันนั้น มีวิธีการคิด และสไตล์การทำงานที่ต่างกันมาก ผมขอบอกว่า อันนี้ล่ะครับ คือเหตุผลที่น้องๆ แต่ละคนซึ่ง เก่งอยู่แล้ว (ขอย้ำ การที่น้องได้รับคัดเลือกเข้ามา แปลว่า น้องเก่งพอตัวอยู่แล้วครับ) ต้องมารวมกลุ่มกัน มาช่วยกันทำงาน เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์จำลองนี้ ซึ่งเมื่อน้องๆ เข้าสู่วิชาชีพของเรา น้องๆ จะต้องเจอสถานการณ์นี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าทำงานในบริษัท ซึ่งมีทีมงานหลายแผนก หลายสาขา หรือรวมตัวกับเพื่อนๆ ที่มีความเก่งในด้านต่างๆ ทำธุรกิจเป็นของตัวเอง

สิ่งหนึ่งที่น้องๆ จะไม่ได้มีโอกาสนำเสนอในงานกลุ่ม แต่เป็นเนื้อหาสำคัญของค่าย คือส่วนบรรยายเช้าวันเสาร์เรื่อง จริยธรรมเว็บไซต์ …. น้องๆ ครับ ปัจจุบันโลกเรา มีคนเก่ง มีความสามารถมาก หลายคนใช้ความสามารถในทางที่ผิด กลับเกิดเป็นปัญหากับวงการ สังคมของเราโดยรวม น้องๆ ทุกคน ซึ่งมีความสามารถในตัว และได้รับโอกาสเข้ามาศึกษา แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับในค่ายนี้แล้ว ขอให้อย่าลืมการเป็น คนดี และช่วยกันรณรงค์ส่งเสริมวงการของเรา ให้ชื่นชม นิยมคนทำดี กันให้มากๆ ทั้งเก่ง ทั้งดี ถ้ามีคนแบบนี้เยอะๆ วงการ วิชาชีพของเราจะพัฒนาไปได้ไกล ทัดเทียมกับระดับสากลโลกได้ไม่ยากครับ

สุดท้ายขออวยพรให้น้องๆ ทุกคน ที่จะจบจากค่ายนี้ และทีมงานทุกท่านที่ได้เสียสละช่วยเหลือ จัดงานมาเป็นอย่างดี โดยตลอด ได้ประสบความสำเร็จ ความสมหวัง ในทุกๆ ด้านของชีวิตครับ แล้วถ้าใครสนใจเข้าทำงาน ประกอบอาชีพในสายงานนี้ เราก็คงยังจะได้พบเจอกันอีกบ่อยๆ ในอนาคตครับ โชคดีครับ :-)

4 Comments

รวมประเด็น ทั้งที่ได้พูดและไม่ได้พูดใน #FBMkt #mkttwit

เมื่อบ่ายวันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมงาน Facebook Marketing ที่จัดโดย MKTtwit.com ได้รับความรู้ และทีเด็ดจากคนที่เป็นทั้งนักปฎิบัติตัวจริงอย่าง @jommnaja และ @gthchannel @phenarploy และนักการตลาดอย่างคุณคริส จาก DELL

พอช่วงที่สองผมก็ได้มีโอกาสขึ้น panel คู่กับ คุณป้อม @pawoot โดยมี คุณต่าย @sresuda เป็น moderator ระหว่างที่คุยกันไปผมก็เกิดมีไอเดียบางอย่าง เลยจดๆ ไว้ บางอันก็พูดบางอันก็ไม่ได้พูด จึงขอเอากลับมาแชร์ตรงนี้แทนครับ

Q: การใช้ social media ทำการตลาดสำหรับ Enterprise market ทำอย่างไร
A: ใน session ผมได้เล่าว่า เนื่องจากตลาดนี้ ช่องทางการขาย มีพนักงานขายเป็นส่วนสำคัญ และไม่อาจปิดการขายผ่าน online ได้ง่าย จึงน่าจะปรับใช้ โดยให้พนักงานขายเองใช้ FB เป็นเครื่องมือในการสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าได้ แค่ add Facebook กันก็ได้รู้จักลูกค้า(คนสำคัญ) ในรายละเอียดได้อีกมาก นอกจากนั้นยังสามารถเพิ่มความถี่ในการคุยกับลูกค้าได้แบบไม่ต้องเป็นทางการมากอีกด้วย แต่นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่า ยังใช้ social media เป็นเครื่องมือสำคัญได้อีกครับ โดยใช้รวมกลุ่มลูกค้าเข้าด้วยกัน แต่แทนที่จะทำเป็น Fan page อย่างทั่วๆไป อาจใช้ Facebook group แบบปิดแทนก็ได้ครับ เวลามีอะไรสามารถส่ง message ให้ลูกค้าทั้งหมดได้ สามารถสร้าง Event ชวนลูกค้ามางานเปิดตัว ประชุม สัมมนา ได้ง่ายๆครับ และที่สำคัญใช้ช่องทางนี้ในการเผยแพร่ข้อมูล spec สินค้าได้อีกด้วยครับ หรือแม้กระทั่ง PR กิจกรรมของบริษัท



Q: การทำ Facebook marketing ในแต่ละสินค้า อาจแตกต่างกัน แบ่งได้แบบไหนบ้าง
A: ผมว่าแบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้ครับ

  1. สร้างยอดขาย อันนี้ผมว่าใ้ช้กับสินค้าที่ขาย online ได้ผลดีที่สุด อย่าง case ของ DELL เมืองนอกที่ดังๆ สร้างยอดขายได้หลายล้าน US ก็ขายผ่าน online store แต่ถ้าอย่างใกล้ตัวเราก็พวก ธุรกิจโรงแรม สายการบิน แต่ถ้าขาย online ไม่ได้ ต้องหามุขให้เชื่อมไปยังการขายที่ offline ให้ได้ เช่นให้ print code หรือ coupon ไปยังจุดขาย (แต่แบบนี้ก็ยังไม่สะดวกเท่าไหร่ครับสำหรับ ลูกค้า)
  2. ให้บริการ สำหรับสินค้า High involvement ที่มีราคาสูงๆ คนซื้อแล้ว ต้องการบริการทั้งสิ้นครับ ช่องทาง Facebook ทำให้ลูกค้ามา แนะนำ ติชม ร้องเรียน ติดต่อรับบริการได้สะดวกมากๆ เพราะใกล้ตัวลูกค้าครับ ลูกค้าใช้งาน Facebook ประจำอยู่แล้ว
  3. เสริมสร้างภาพลักษณ์ อันนี้มีสินค้าใช้เยอะ แต่ว่าแนวเสริมสร้างภาพลักษณ์นี้ ถ้าใครจะใช้ ผมว่าต้องทำ content ประชาสัมพันธ์ให้มันเด่นๆ ครับ จะได้มีคน share ต่อมากๆ เช่น ภาพก็ต้องสวยๆ หรือตัวอย่าง video สัมภาษณ์ลูกค้าที่เป็น testimonial ก็ได้ครับ
  4. ใช้ขยายผลกิจกรรมการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัด event ซึ่งโดยปรกติ พอจัด event สิ่งที่จะเกิดขึ้นเยอะมากๆ คือ content ครับ และ Facebook เป็นเครื่องมือที่สุดยอดมาก ในการเผยแพร่ content เหล่านั้นออกไปใน รูปต่างๆ เช่น ภาพ วีดีโอ นอกจากนั้นยังทำได้ทันทีทันใดซะด้วย ทำให้ความเคลื่อนไหวของกิจกรรม ที่พูดออกมาผ่าน Facebook นั้นมีความสด ใหม่เสมอ อีกรูปแบบหนึ่งที่ ฮิตมากๆ คือ เราจะเห็นการย้ายกิจกรรม เกมส์ จาก ที่เล่นใน microsite ของสินค้าต่างๆ มาเป็นการทำกิจกรรม ผ่าน Facebook page หรือ Facebook application ปัจจัยสำคัญคือ เราสามารถสร้างกิจกรรมที่เผยแพร่ ผล คะแนน ภาพ ของลูกค้าที่มาร่วมกิจกรรม ก็จะทำให้มีคนอื่นๆ มาเห็น (จาก Wall ลูกค้า) ได้อีกมาก เกิดการขยายผลในเชิง viral ออกไปได้อีกครับ

* สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยกับ High / Low involvement products ผมแนะนำให้ลองศึกษา FCB grid ครับ ลอง search Google หาดูได้ครับ




Q: แนวทาง viral ทำอย่างไรให้มันกระจายออกไป

A: แปลก เศร้า สะเทือนใจ ประทับใจ กินใจ แทงใจ แปลก ตลก น่ากลัว หรือ มี surprise ให้ประหลาดใจ ถ้านึกไม่ออก นึกถึง content ที่เรา forward mail กันก็ได้ครับ หรืออีกแบบที่เข้ากับหลายๆ สินค้า คือ ทำข้อมูลอันมีประโยชน์เผยแพร่ออกไป ก็มีโอกาสกระจายได้ครับ เช่น รพ. ทำ content video เรื่องโรคต่างๆ คนที่สนใจ ดูแล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์ก็จะกด share หรือ โรงแรม ถ่ายภาพ ห้องพัก วิว สวยๆ คนก็จะกด share หรือ หนังโฆษณา ที่น่าประทับใจ เพลงเพราะๆ คนก็จะกด share ครับ



นอกจากนี้ผมมีประเด็นเสริมอีกครับ ดังนี้

  • เห็นด้วยกับคุณ @phenarploy ว่าบางครั้ง ภาพถ่ายสินค้าใน Facebook ไม่ต้องสวยมากก็ได้ เน้นเร็วๆ อันนี้ถูกต้องมากๆ โดยเฉพาะกับสินค้าที่มีความเป็นมาตรฐาน อย่าง กระเป๋าที่ถูกยกเป็นตัวอย่าง คนรู้อยู่แล้วว่ามันโอเค เพราะ brand เขาดัง แต่ในบางสินค้าอาจต้องพิจารณาให้ดี ว่าเร็ว หรือสวย สำคัญกว่ากัน เช่น resort โรงแรม ร้านอาหาร ภาพถ่ายมีความสำคัญมาก อาหารดูน่าทานหรือเปล่า ห้องพักดูสวยหรือเปล่า วิวดูสวยหรือเปล่า อันนี้อาจต้องพิถีพิัถันมากอีกหน่อยครับ
  • อย่างไรก็ตาม Facebook user บ้านเรา ยังกระจุกตัวใน กรุงเทพฯ นะครับ สินค้า target ต่างจังหวัดต้องพิจารณาเลือกใช้ ครับ และ Facebook user ส่วนใหญ่อายุ 18-34 ปี ถ้า target กลุ่มอื่นๆก็ต้องศึกษาให้ละเอียด ว่าจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหนครับ
  • ผมชอบเคล็ดลับของ @gthchannel เรื่องการรวมศูนย์เป็นพิเศษครับ ถ้าให้แบ่ง content ผมแ่บ่งเป็น 2 อย่าง คือ content ที่หมดอายุ กับ content ไม่หมดอายุ อย่างของ GTH นี่ content หนัง จริงๆ แล้ว ไม่หมดอายุ แต่พอหนังออกโรงไป ความสนใจมันลดลง การรวมไว้ด้วยกันใน page เดียวจึงสร้างประโยชน์ให้ GTH ได้จริงครับ น่าดีใจแทน หนังไทยด้วยนะ ที่มีคนทำ social media เก่งๆ
  • สุดท้าย ถ้าใครจำ summary ของคุณคริส จาก DELL ได้ ลองสังเกตให้ดี เทคนิคนี้ เหมือน เทคนิค จีบสาว มากครับ เริ่มจาก (1) Know your target อันนี้ก็เหมือนตอนเรา เล็งๆ เหล่ๆ (2) Reach through the right channel อันนี้เหมือนจังหวะ เข้าไปคุย ทำความรู้จัก เข้าไม่ถูกทาง ก็อาจวืดได้ แต่ถ้าเข้าได้จังหวะก็แจ๋วเลยครับ ต่อมา (3) Push emotional button แหม อันนี้สุดยอดครับ จะได้ใจ ไม่ได้ใจ อันนี้ก็ต้องหาจุดอ่อน (ทางอารมณ์) ของสาวเจ้าให้เจอ ถ้าเจอละก็ โอกาสสำเร็จมีสูงครับ … แต่แล้วอันสุดท้ายนี่สิครับ (4) Long term management คือพอได้มาแล้ว จะทิ้งขว้างไม่ได้นะครับ ต้องดูแลกันไปอีกยาวทีเดียว ประมาณว่า ห้ามทิ้งเค้า ต้องอยู่ไปจนกว่าเค้าจะทิ้งเรา ครับ!

สุดท้ายต้องขอขอบคุณทีมงาน #MKTtwit ทุกท่านครับ สำหรับงานดีๆแบบนี้ :-)

, , , ,

10 Comments

Seeking more benefits from Adaptive Media? Go Digital

Nowadays, marketers are seeking for the right way to get the most benefit out of their advertising spending. A lot of initiative media products and tools were introduced to the market to help marketers adjust their offerings, creative approaches, or media channels to maximize ROI. Digital media is “Adaptive Media” by nature. Based on computer technology platform, marketers “can” enjoy reading real-time reports generated from system. Capturing data and generating report are not, and will never be, a problem for digital media. The challenges here are all about “which data will be captured?”, “what does it mean for my business?”, and “how could we adjust our advertising mixes considering from consumers’ feedback?”.

There are four different levels of measurement and adaptive media techniques we are happy to introduce you.

For digital advertising, campaign managers always have the appropriate tools to make adjustments and to optimize campaigns based on consumer feedback. Optimization can be done quite often as the cost and time for adjustments are relatively small.

, , ,

No Comments

รวม Link สำหรับ ผู้ฟัง 101FM และผู้สนใจ QR code + AR ครับ

สำหรับผู้ที่สนใจ QR Code และ AR นะครับ ผมรวบรวม Video และ Link  ต่างๆ ที่ได้พูดถึงในรายการ และเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยนะครับ เผื่อสนใจไปศึกษากันดูได้ครับผม

Mini Augmented Reality (AR)

Rayban Virtual Mirror (AR)

Zugara Interactive Dressing Room

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Layar (Reality Explorer)
http://www.layar.com

สร้้าง QR Code ของตัวเอง
http://qrcode.kaywa.com

ต้องขอบคุณพี่ไตร ชีพธรรม อ.พันธุ์ทิตต์ และท่านผู้ฟังอีกครั้งครับผม :-)

, , , , ,

No Comments

Y2010, what had happened so far, and what will it be for the rest of the year …

The first half of this year was exciting for marketers as it combined all the challenges we could imagine into the same period. While Bangkok situation is not very stable, we still see the growth in advertising spending. Digital advertising also increased significantly. Here is our view towards the past and the coming future.

Search Spending was doubled, and will be growing
During the first half of 2010, many of the high-involvement products were active on search engine marketing. Travel and consumer electronics are the biggest growth categories at almost doubled spending compared to the same period of 2009.

Simple reasons behind the growth is that significant number of consumers spend spends their time researching for information before making purchase decision in these categories. (Imagine yourself planning vacation or selecting your new laptop. This is pretty much in line with Google research released last year.)

Consumer goods and finance also become very active, however, from a relatively small base. We foresee even higher amount of budget being shifted into this area throughout the 2nd half of this year.

Facebook : A Massive Hit for both personal use and business
As a consumer, we all spent more and more time Facebooking with our friends either from computer, iPhone, or Blackberry. So do the 4.2 million other Thais. This is an absolute high growth of 7 times compared to the number of Facebook users in June 2009 and more than double of the number at the starting of this year. No wonder it’s a massive hit.

Thai marketers are quite quick responded to this change. More than 100 brands has created their “Fan Page” and start their conversation with their customers. Many of the early-adopted brands start rolling out their Facebook policy and procedures rather than doing it by “trial and error” like last year.

Many of them become even more active by leveraging the viralability of Facebook application, repeating the success of famous Neko Cat*, to create high awareness in a short period of time. Here are some of the examples: -

Daily Menu by Nutrilite : http://apps.facebook.com/nutrilitedailymenu
Acer Innovation Unlock : http://apps.facebook.com/innovation-unlock
My DELL My Design : http://apps.facebook.com/mydellmydesign

We foresee this hit will keep continue throughout the year and may start shifting more to mobile devices as well as integrated more with offline activities.

* Oishi Maneki Neko – a fortune telling cat launched in 2009: http://apps.facebook.com/fortunecats

, , , , , , , , , , ,

3 Comments

เอกสารบรรยายสำหรับน้องๆ #jrbuu6 นะครับ

ขออภัยอีกครั้งที่หลงตึกหลงห้องทำให้ไปสายครับ และขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่ให้ความร่วมมือ มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน เป็นกำลังใจให้กับผู้สอนเป็นอย่างดีครับ

Download slide ที่นี่ > http://www.siwat.com/doc/20100704.zip

เว็บอื่นๆที่ถูกพูดถึงในชั้นเรียน

http://www.truehits.net รวมสถิติเว็บไซต์ไทย

http://www.marketingoops.com รวมข้อมูลโฆษณาออนไลน์และไปดูเทคนิคที่เขาเชื่อมเว็บกับ Facebook Twitter

http://qrcode.kaywa.com สร้าง QR code เล่นๆ เอง

http://www.thesocialnetwork-movie.com หนังเข้าใหม่สร้างจากชีวิตของ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook

http://www.google.com/trends ไปดูว่าเรื่องไหนมาแรงจากแนวโน้มการ search หาข้อมูลของคน

ส่วนเรื่อง PR2.0 ที่ผมพูดถึงมีบทความภาษาไทยเขียนไว้ให้ที่

http://www.siwat.com/?p=82

แถมด้วยภาพเบื้องหลังขณะเตรียมการสอนครับ ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีครับ

, , ,

2 Comments

Online video content – is this for chic and modern urbanite?

Just across the night after a touching speech by Pongpat Wachirabunjong, at Nataraj Award, the famous clip posted on Youtube has hit 600,000 views. This is one of the phenomenon for Thai Internet industry.

The key driver behind this rapid growth of views is absolutely the ability to “share” video content over Facebook, as well as “retweet” over Twitter. The same clip hits 1.1 million views after 24 hours and 1.6 million views 3 weeks afterward. Facebook timeline of many Thai people was flooded by these clips during the first few hours after his speech.

Social media nowadays creates a great chance for great content to go viral. Video content in itself becomes very popular as broadband internet has increased its accessibilities. However, this clip is not the most famous Thai video content viewed by Thai people. We have investigated some other Thai content posted on Youtube and surprisingly found a massive hit on viewing “Luktoong” music videos on Youtube. The famous one like “Bor Gar Bog Kru” by Ernkwan Warunya was more-than-double viewed compared to the famous Pop ones from Bodyslam, Endorphine, or even Bird Thongchai.

As broadband internet has rapidly expanded its coverage to upcountry, and Youtube has entered the top 4 of Thailand site ranking, as well as become no. 2 search engine globally, this space is to be monitored and opportunities are to be leverage.

, , , , ,

No Comments

Foursquare added “WHERE” element to the social media development

The emergence of foursquare also added the new “WHERE” element to the development of social media. Driven by GPS technology, we can foresee how this application affect our way of living the same way the other social media did in the past. Obviously, technologies are the driver behind changes of consumer behavior nowadays.

, , , , , ,

3 Comments

Foursquare : Do Thai marketers have to pay attention to this location-based service now?

If 2009 was the year of Twitter, 2010 looks set to be the year foursquare steals that crown. A service that mixes social, locative and gaming elements to encourage people explore the cities in which they live.

Haven’t heard about it? Register at http://www.foursquare.com , download the application to your mobile device and give a try. Upon your first check-in, you may find the tips those the previous visitors shared about that particular place.

Foursquare has already been embraced by some early-adopters in Thailand*. Nevertheless, many marketers will be asking what all the fuss is about and whether they need to pay any attention.

At present this means that it’s mainly businesses such as restaurants and cafes taking an interest in foursquare. But we can certainly see it spreading so that any business with a physical representation, whether it’s a retailer or a bank, should consider how customers using foursquare could affect their reputation.

* We randomly picked 9 places those have more than 100 people checked-in, obviously there are still limited amount of users. However, it’s worth to keep monitoring these people as they are not only check-in to show their presence, but also add some tips those may affect the followers’ purchase decision.

, , , , ,

No Comments