Archive for July, 2010

Y2010, what had happened so far, and what will it be for the rest of the year …

The first half of this year was exciting for marketers as it combined all the challenges we could imagine into the same period. While Bangkok situation is not very stable, we still see the growth in advertising spending. Digital advertising also increased significantly. Here is our view towards the past and the coming future.

Search Spending was doubled, and will be growing
During the first half of 2010, many of the high-involvement products were active on search engine marketing. Travel and consumer electronics are the biggest growth categories at almost doubled spending compared to the same period of 2009.

Simple reasons behind the growth is that significant number of consumers spend spends their time researching for information before making purchase decision in these categories. (Imagine yourself planning vacation or selecting your new laptop. This is pretty much in line with Google research released last year.)

Consumer goods and finance also become very active, however, from a relatively small base. We foresee even higher amount of budget being shifted into this area throughout the 2nd half of this year.

Facebook : A Massive Hit for both personal use and business
As a consumer, we all spent more and more time Facebooking with our friends either from computer, iPhone, or Blackberry. So do the 4.2 million other Thais. This is an absolute high growth of 7 times compared to the number of Facebook users in June 2009 and more than double of the number at the starting of this year. No wonder it’s a massive hit.

Thai marketers are quite quick responded to this change. More than 100 brands has created their “Fan Page” and start their conversation with their customers. Many of the early-adopted brands start rolling out their Facebook policy and procedures rather than doing it by “trial and error” like last year.

Many of them become even more active by leveraging the viralability of Facebook application, repeating the success of famous Neko Cat*, to create high awareness in a short period of time. Here are some of the examples: -

Daily Menu by Nutrilite : http://apps.facebook.com/nutrilitedailymenu
Acer Innovation Unlock : http://apps.facebook.com/innovation-unlock
My DELL My Design : http://apps.facebook.com/mydellmydesign

We foresee this hit will keep continue throughout the year and may start shifting more to mobile devices as well as integrated more with offline activities.

* Oishi Maneki Neko – a fortune telling cat launched in 2009: http://apps.facebook.com/fortunecats

, , , , , , , , , , ,

3 Comments

7 เทคนิคส่วนตัวเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน ที่สูงกว่า

โลกเราสมัยนี้อะไรมันก็รีบ อะไรมันก็แข่งขันกับเวลา จนบางทีเวลาพักผ่อนก็น้อย รีบๆ ง่วงๆ ยิ่งง่วงก็ยิ่งหงุดหงิดครับ ตัวผมเองต่อสู้กับเรื่องนี้มานาน ถึงปัจจุบันสะสม เทคนิคที่ใช้ *เพิ่ม* เวลาให้กับตัวเองได้พอสมควร เลยเอามาแนะนำ เืผื่อใครสนใจไปทดลองใช้ครับ

  1. ฝึกพิมพ์ดีด
  2. สมัยนี้การทำงานส่วนใหญ่ขึ้นกับคอมพิวเตอร์ครับ ติดต่อสื่อสารก็อีเมล์ ทำเอกสารก็อีเมล์ ทีนี้ลองคิดดูสิครับ ว่าคนทำงานสองคนที่มีความสามารถในการ *พิมพ์* ให้เร็ว ให้ถูกต้อง ต่างกัน ใครจะได้เปรียบครับ สมมติเล่นๆ นะครับ ถ้าเขียนอีเมล์หนึ่งฉบับ คนพิมพ์เร็วทำได้ภายใน 2 นาที คนพิมพ์ช้า 5 นาที ต่างกัน 3 นาที วันหนึ่งพิมพ์ 10 ฉบับ สองคนนี้ใช้เวลาต่างกัน 1/2 ชม. แล้วครับ ปีหนึ่งทำงาน 200 วัน เท่ากับ 100 ชม. หรือ 12.5 วัน (เกือบครึ่งเดือนเลยนะครับ) เมื่อทำงานไป 20 ปี สองคนนี้ใช้เวลาต่างกัน 250 วัน! หรือเท่ากับ 1 ปีกว่าเลยนะครับ แต่ไหนแต่ไรผมจึงแนะนำ(อย่างหนัก) ให้ทีมงานและเพื่อนร่วมงาน ฝึกพิมพ์ดีดให้ได้เร็ว อยู่เสมอ สำหรับคนที่อยากฝึกพิมพ์ดีด จะได้เร็วต้องพิมพ์สัมผัสให้ได้ครับ ซึ่งผมแนะนำให้หัดภาษาอังกฤษก่อนครับ หลังจากพิมพ์สัมผัสอังกฤษได้แล้ว จึงเริ่มหัดภาษาไทยครับ ใช้งานบ่อยๆ จะจำแป้นได้เองครับ แล้วก็เลิกจิ้มๆๆ (ขอท้าครับ จิ้มอย่างไรก็ไม่มีทางเร็วเท่าพิมพ์สัมผัสครับ) ตัวผมเองไม่ได้เป็นเรียนที่ไหนก็หัดเองจนได้เร็วพอตัวเชียวครับ สนใจฝึกพิมพ์ดีด Google คำว่า “ฝึกพิมพ์ดีด” ครับ :-)

  3. ตัดเล็บ
  4. อันนี้เป็นภาคต่อจากเรื่อง การพิมพ์ดีดเร็วครับ ขอแนะนำให้ลองสังเกตครับ ตอนเล็บสั้น ประสิทธิภาพในการพิมพ์จะพุ่งสูงงงง มากครับ ตัวผมเองมีความเพลิดเพลินในการทำงานเอกสาร หรืองานเขียนมากหลังจากตัดเล็บเสร็จใหม่ๆครับ เพราะมันคล่องและเร็วดีครับ จึงขอแนะนำให้หมั่นตัดเล็บให้สั้น คล่องตัวเสมอ ส่วนสุภาพสตรีนี่ผมจนใจครับ ไม่อยากให้แลกกับความสวยเลยครับ อิอิ สุดแท้แต่ิพิจารณานะครับ

  5. ง่วงก็นอน
  6. บางคนบอกชอบทำงานดึกๆ ผมไม่่ขัดครับ จะนอนหัวค่ำ ตื่นมาทำงานตอนเช้า หรือนอนดึกตื่นสาย สมัยนี้คงบังคับกันยาก สไตล์ใครสไตล์มัน แต่เทคนิคผมคือ ถ้าง่วงต้องนอนครับ เพราะเมื่อง่วงแล้วประสิทธิภาพ การคิดจะตกลงมากครับ นอกจากจะทำงานช้าแล้ว โอกาสผิดพลาดก็มีสูงซึ่งต้องเสียเวลามาแก้ไขใหม่อีก หรือบางทีงานที่ทำออกมาขาดความเฉียบแหลมครับ เอาไปเสนอนาย ขายลูกค้า งานไม่ดี บางทีทำไปก็เสียเปล่า น่าเสียดายเวลา (โดยเฉพาะเวลานอนครับ) จึงแนะนำให้ทุกท่านที่ ง่วงแล้ว รีบเข้านอนเลยครับ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ครับ นอนให้เต็มตื่น ตื่นตีสี่ ตีห้า หกโมง มาเคลียร์งานที่คั่งค้าง สมองจะโปร่งกว่ากันเยอะครับ แล้ววันนั้นอาจจะไปแผ่วตอนเย็นๆ ซึ่งก็ไม่เป็นไรครับ เพราะเราส่งงานสำคัญไปได้แล้ว

  7. ออกกำลังกาย 2 ข้าง
  8. สมองคนเรามี 2 ข้างครับ ทำงานต่างกัน ด้านซ้าย เกี่ยวกับความสามารถด้านภาษา การคำนวณ ตรรกะ ชนิดต่างๆ ด้านขวา เป็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ พลิกแพลง ศิลปะต่างๆ ผู้รู้หลายท่านได้แนะนำให้เราพยายามดึงเอาความสามารถ จากสมองอีกข้างมาลองใช้ เปิดให้เห็นทักษะใหม่ๆ บ้าง ทำให้เกิดความแปลกใหม่เพิ่มศักยภาพให้ตัวเองครับ หนึ่งในวิธีการที่ใช้ในการฝึกความสามารถอีกด้าน คือการใช้ร่างกายอีกข้างที่ไม่ถนัดให้มากขึ้น เช่นคนส่วนใหญ่ถนัดขวา ถ้าอยากเพิ่มความใหม่ให้กับตัวเอง ก็แนะนำให้ลองฝึกใช้มือซ้าย ขาซ้ายดูบ้างครับ โดยส่วนตัวผมสนใจเรื่องนี้จึงหันมาออกกำลังกายที่ไม่เน้นร่างกายข้างใดข้างหนึ่งครับ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ กายบริหารที่มีท่าสองข้างพอๆ กันครับ นอกจากเรื่องสมองแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยป้องกันโรคภัยได้้อย่างเยี่ยมยอดครับ อย่าลืมนะครับ เมื่อไรไม่สบายประสิทธิภาพการทำงานเราจะหายจ้อยไปเลยครับ เพราะฉะนั้น ไม่ป่วยไว้ก่อนได้เปรียบครับ

  9. ไดร์แรงๆ
  10. อันนี้อาจจะแปลกนิดนึงครับ แต่ผมสังเกตว่า การเป่าผมให้แห้งตอนเช้าก่อนไปทำงานนี่มันเป็นกิจกรรมที่เสียเวลามากครับ และเราไม่สามารถทำอะไรได้มากระหว่างเป่าผมเสียด้วย โดยส่วนตัวจึงชอบเป่าผมด้วยไดร์เป่าผมที่มีกำลังสูงๆครับ แรงๆ เป่าแล้วแห้งเร็ว คล้ายๆ เรื่องพิมพ์ดีดครับ สมมติวันหนึ่งเราเสียเวลาเป่าผม 3 นาที เทียบกับ 8 นาทีก็ต่างกัน 5 นาทีแล้ว 365 วัน = 1,825 นาที หรือ 30 ชม. หรือวันกว่าๆ เลยนะครับ!!! หรือถ้าคิดเวลาเวลาทำงาน เท่ากับเกือบ 4 วันทำงานแน่ะครับ อย่าเสียเวลาเลย แนะนำให้ใช้ไดร์ที่มีกำลัง 2000 Watts แบบที่ร้านทำผมใช้กันครับครับ หรืออย่างน้อย 1600 Watts ก็ยังได้อยู่ครับ

  11. นั่ง taxi
  12. เทคนิคนี้ มีหลายคนที่ใช้ รวมถึงคุณ @pawoot เพื่อนผมด้วยครับ ถือว่าเป็นเทพแห่งเวลาเลยครับ สมัยนี้เราสามารถทำงานได้โดยใช้ laptop และอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ ระหว่างอยู่บน taxi ครับ อ่านเมล์ พิมพ์เมล์ทิ้งไว้ หรือแม้แต่การต่อ Internet ผ่านทาง mobile device ต่างๆ เพื่อทำงานครับ สุดยอดจริงๆ กรุงเทพเป็นเมืองรถติดใครๆ ก็ทราบดี จึงไม่ควรเสียเวลานั่งหงิกง่อยอยู่บนถนน โดยไม่ได้ทำอะไรครับ นอกจากขาดโอกาสในการทำงานแล้ว ยังพาลให้อารมณ์เสียหงุดหงิด อีกด้วยครับ ลองคิดเล่นๆ ถ้าวันหนึ่งเดินทางบนถนน 2 ชม. นั่นมันเท่ากับ 1/4 ของเวลางานเลยนะครับ หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าทำงานบน Taxi ได้ 2 ชม. ต่อวัน เท่ากับเพิ่มเวลาการทำงานขึ้นอีก 25% เลยครับ ปีหนึ่งเท่ากับ 400 ชม. หรือ 50 วันทำงาน พระเจ้า!!! … การนั่ง taxi นอกจากจะได้เวลาเพิ่มแล้ว ยังทำให้ lifestyle เปลี่ยนได้ด้วยครับ เช่น ปรกติขับรถเอง ต้องตื่น ตี 5 ครึ่ง เพื่อออกจากบ้าน 6 โมง เสียเวลาขับรถ 1 ชม. แต่ถ้านั่ง taxi ก็ชิลๆ ตอนเช้า ออกสัก 7 โมงไปอยู่บนถนน 1.30 ชม. ก็ไม่เป็นไร เพราะมันคือ 1.30 ชม. ที่เราสามารถใช้เวลานั้นให้เป็นประโยชน์ได้ครับ ส่วนใครที่บอกว่า ค่า taxi แพง เปลืองตังค์ อันนี้ลองพิจารณาดูครับ ผมว่าเป็นการลงทุนซื้อเวลาอย่างหนึ่งที่ราคาไม่เลวเลย นอกจากนั้นยังเป็นการกระจายรายได้ อุดหนุนเพื่อนพี่น้องในสังคมด้วยครับ

  13. จอใหญ่
  14. สุดท้าย อันนี้ เป็นเรื่องที่โต๊ะทำงานอีกแล้วครับ นอกจากพิมพ์เร็ว แล้ว พื้นที่หน้าจอก็มีส่วนครับ หน้าจอใหญ่ มีข้อดีคืออ่านง่าย ถนอมสายตา ลดความเครียด และความเมื่อยล้าเพราะเราไม่ต้องเพ่งจนเกินเหตุครับ พอมีความผ่อนคลายแล้วสมองจะปลอดโปร่งเอาไปคิด ทำงานได้ครับ พื้นที่ทำงานเพิ่ม ทำให้สามารถ ทำงานที่ต้องเปิดสองหน้าต่างเทียบกันได้ไม่ต้องคลิกไปมา เร็วขึ้นอีกครับ หรือถ้าใครทำงาน Excel ก็มองหลายๆ แถว ได้ทำงานเห็นภาพรวมทำงานได้ละเอียดถี่ถ้วนขึ้นครับ การมีืพื้นที่เยอะๆ ยังทำให้เรามีอิสระในการคิด แตกกระจาย นำพาไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วยครับ อย่างไรก็ตามการเลือก monitor นอกจากดูคุณภาพจอแล้ว ต้องดูสายไฟให้เสียบได้สนิทด้วยนะครับ ไม่งั้นอาจมีปัญหาเหมือนเครื่องที่บ้านผมครับ จอดับ บ่อยมากๆครับ อิอิ

ก็พอสมควรนะครับ นึกออก 7 ข้อที่คิดว่าดีที่สุดในตอนนี้ ส่วนใครมีเทคนิคส่วนตัวที่ใช้ก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันบ้างนะครับผม ทั้งนี้เพื่อความสามารถในการ *เพิ่ม*เวลา และช่วยลดความเครียดอันเกิดจากความรีบเร่งในชีวิตประจำวันครับ :-)

, , , , , , , , ,

1 Comment

เอกสารบรรยายสำหรับน้องๆ #jrbuu6 นะครับ

ขออภัยอีกครั้งที่หลงตึกหลงห้องทำให้ไปสายครับ และขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่ให้ความร่วมมือ มีส่วนร่วมในการเรียนการสอน เป็นกำลังใจให้กับผู้สอนเป็นอย่างดีครับ

Download slide ที่นี่ > http://www.siwat.com/doc/20100704.zip

เว็บอื่นๆที่ถูกพูดถึงในชั้นเรียน

http://www.truehits.net รวมสถิติเว็บไซต์ไทย

http://www.marketingoops.com รวมข้อมูลโฆษณาออนไลน์และไปดูเทคนิคที่เขาเชื่อมเว็บกับ Facebook Twitter

http://qrcode.kaywa.com สร้าง QR code เล่นๆ เอง

http://www.thesocialnetwork-movie.com หนังเข้าใหม่สร้างจากชีวิตของ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook

http://www.google.com/trends ไปดูว่าเรื่องไหนมาแรงจากแนวโน้มการ search หาข้อมูลของคน

ส่วนเรื่อง PR2.0 ที่ผมพูดถึงมีบทความภาษาไทยเขียนไว้ให้ที่

http://www.siwat.com/?p=82

แถมด้วยภาพเบื้องหลังขณะเตรียมการสอนครับ ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีครับ

, , ,

2 Comments