การบริหารเงินสำหรับคนเงินเดือน 15,000 บาท


ช่วงหลังๆ มานี้ผมได้มีโอกาสให้คำปรึกษา น้องๆ ที่รู้จักกันหลายคน เกี่ยวกับการบริหารเงินครับ วันนี้พอมีแรง เลยขอเล่าให้ฟังสักหน่อย ขอเริ่มที่คนทำงานกินเงินเดือน มีรายได้ 15,000 บาทก่อน สาเหตุที่เริ่มที่ 15,000 บาทเพื่อให้พ้องกับเงินเดือนขั้นต่ำสำหรับคนจบ ป. ตรี ที่ได้ยินกันมาอย่างหนาหูครับ ก่อนจะอ่านรายละเอียดต่อไป ผมขอบอกก่อนว่า สิ่งที่ผมจะเขียนนี้ เป็นแนวความคิดของผมเอง แต่ละคนอาจมีข้อจำกัด หรือค่าใช้จ่ายประจำอื่นๆ ที่ต่างไปจากนี้ ก็ขอเชิญประยุกต์เอาตามชอบใจครับผม

ก่อนอื่น สำหรับคนที่มีเงินเดือน 15,000 บาท ขอให้ตั้งกฎกับตัวเองดังนี้ครับ

ไม่เป็นหนี้ ไม่เป็นหนี้ ไม่เป็นหนี้

สาเหตุที่ต้องตั้งกฎแบบนี้ เพราะสมัยนี้ สิ่งยั่วตายั่วใจมันเยอะเหลือเกิน ทั้งเรื่องกิน เที่ยว shopping แถมธนาคารต่างๆ ก็ยังอนุมัติบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ ให้เราอย่างง่ายดาย ผมเขียนแบบนี้เพราะเป็นคนหนึ่งที่เคยติดหนี้บัตรเครดิตมาก่อน เต็มวงเงิน 2 ใบ ใบละ 45,000 บาท (15 ปีที่แล้ว สมัยโน้นดอกเบี้ยประมาณ 27% หรือ 29% จำไม่ได้) สุดท้าย แก้ไม่ออก คุณพ่อรู้เข้า มาปลดหนี้ให้ แล้วก็ทำงานใช้พ่อ เคยมีน้องบางคนบอกว่า คุณพ่อคุณแม่ทราบเรื่อง แล้วก็บอกว่าหนี้ตัวเอง ต้องไปใช้เอง รับผิดชอบเอง เป็นแนวคิดแบบหนึ่งครับ ส่วนคุณพ่อผมคิดต่างออกไป ท่านบอกว่าจะไปเสียดอกให้ธนาคารทำไม ถ้าอยากรับผิดชอบให้มาผ่อนพ่อแทน จ่ายดอกให้พ่อก็ได้ เงินทองไม่รั่วไหลอยู่ภายในครอบครัว และลองคิดจริงๆ คุณพ่อผมเอาเงินไปลงทุนอื่นๆ ก็ยากจะได้ผลตอบแทน 27%-29% นะ

อย่างไรก็ตาม เจ้าดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่เสียไป สำหรับผม มันเป็นเรื่องรองครับ เรื่องหลักจริงๆ ในมุมมองผมคือ การติดหนี้ ทำให้เราเสียสมาธิ พะวักพะวง ต้องคอยเอานู้นมาโปะเงินนี้ บัตรโน้นมาโปะบัตรนี้ สินเชื่อนี้ไปแปะอันนั้น วันๆ ไม่ต้องทำอะไรเพราะต้องมาบริหารหนี้ ชักหน้าไม่ถึงหลังเช่นนี้ สมาธิที่เสียไป มีผลอย่างยิ่งยวดกับการทำงาน คนเงินเดือน 15,000 เพิ่งเริ่มทำงานผมบอกได้เลยว่า ถ้าตั้งหลักกับการทำงานได้ดี ไม่ต้องวอกแวกเรื่องอื่น แต่ใช้สมาธิกับงาน ดูว่าเราชอบงานหรือเปล่า ความถนัดเราตรงกับงานที่ทำไหม ถ้าตั้งลำได้แล้ว ฝึกฝนพัฒนาทักษะ ให้ทำงานได้เก่ง ได้เร็ว ได้ครบถ้วน เราจะได้ขยับขึ้นไปในกลุ่มเงินเดือนที่สูงกว่าได้เร็วครับ พอเงินเดือนสูงขึ้นอีกหน่อย เราก็มีเงินใช้จ่ายได้มากขึ้นเอง อย่าไปเสียสมาธิเพราะหนี้ที่เราก่อ

เอาล่ะ นอกจากไม่เป็นหนี้ ผมแนะนำการบริหารเงินดังนี้ครับ ดูรูปประกอบด้วยก็ได้ครับ เรียงตามลำดับก่อนหลัง

  1. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ – ถ้าบริษัทของเรามี ผมแนะนำให้ทุกๆคน เลือกให้เขาหักสูงสุดครับ อาจจะ 3% หรือ 5% ก็สุดแท้แต่ สิ่งที่สำคัญคือ เขาหักไป บริษัทจะสมทบให้อีกเท่ากัน เช่นหักไป 3% หรือ 450 บาท บริษัทจะสมทบให้อีก 450 บาท แต่ถ้าให้หัก 5% 750 บาท เราก็ได้อีก 750 บาท เพราะฉะนั้น ยิ่งให้หักมาก เรายิ่งได้เงินมากครับ ส่วนนี้เป็นส่วนเงินออมแรกเลยที่ควรให้หักไปครับ นอกจากได้สมทบเยอะ ยังช่วยเราออมเงินได้อีกด้วย ส่วนประกันสังคม ไม่ต้องพูดถึง เพราะโดนหักอยู่แล้วอัตโนมัติ
  2. เงินออม / ให้พ่อแม่ – คนที่ต้องให้พ่อแม่ ส่วนใหญ่จะหักให้ไปก่อนอยู่แล้ว แต่เจ้าเงินออมเนี่ยสิครับ หลายๆ คน เอาไว้ทีหลัง คือมีเหลือเท่าไรค่อยเก็บ ซึ่งผมบอกได้เลยว่า มันจะไม่เหลือ … เพราะฉะนั้นถ้าอยากออมเงินจริง เงินเดือนออกปุ๊บให้รีบหยอดกระปุกเลยครับ แนะนำให้หาบัญชีฝากประจำ แบบสะสมเท่ากันทุกเดือน จะได้ดอกเบี้ยสูงหน่อยด้วยครับ (ผมยังไม่แนะนำการลงทุนอื่นๆในขั้นนี้ เพราะเงินมันยังน้อยอยู่ครับ ลงทุนไปก็ปวดหัวต้องมาคอยเป็นห่วงว่าเงินลงทุนไปถึงไหนแล้ว เสียสมาธิกับการทำงานอีก)
  3. ค่าใช้จ่ายประจำ – ตรงนี้ล่ะครับ บอกได้เลยว่าคน กทม. ที่อยู่กับครอบครัว กับคน ตจว. ที่มาเช่าห้องอยู่ ค่าใช้จ่ายต่างกันฟ้ากับเหวครับ คนอยู่หอ เดือนหนึ่งโดนประมาณ 5,000 แน่ๆ ค่าใช้จ่ายนี้ ถ้าลดได้ ผมแนะนำให้ลด เช่น ค่าหอ ให้หา รูมเมทมาแชร์ คิดง่ายๆ ค่าหอ 4,000 ถ้าได้รูมเมทมาแชร์ครึ่งหนึ่ง เราจะมีเงินไว้เก็บ หรือไว้ใช้อีก 2,000 ต่อเดือนแน่ะ ทีนี้ถ้าใครบอกไม่เอาชอบความเป็นส่วนตัว ก็ให้ลองคิดดูว่า ค่าความเป็นส่วนตัว คุ้มกับ 2,000 ต่อเดือนหรือเปล่า ส่วนค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ 1,500 คงไม่ต้องบอก ประหยัดได้ก็ประหยัด มันก็จะลดลงไปเองครับ ส่วนค่าเดินทาง ผมเอามาอยู่หมวดเดียวกัน เพราะผมว่าตรงนี้ มันควรคิดคำนวณด้วยกันเป็นภาพรวมครับ เช่น ถ้าเรายอมจ่ายค่าหอแพงหน่อย เพื่อให้อยู่ใกล้ที่ทำงานขึ้น ประหยัดค่าเดินทาง สุทธิแล้ว ค่าใช้จ่ายเท่าๆ กัน แน่นอนเราอยู่ใกล้ที่ทำงานย่อมดีกว่าครับ นี่ยังไม่รวม เวลาเดินทางที่จะใช้น้อยลง ซึ่งจะช่วยลดความเหนื่อยล้า และเพิ่มพลังในการทำงานอีกนะครับ ความเห็นผม อยู่ใกล้ที่ทำงาน ถ้ารวมค่าเดินทางกับค่าหอแล้วต่างกันไม่มาก อยู่ใกล้ดีกว่าครับ มีเวลา สมาธิ ในการทำงาน หรือแม้กระทั่งจะเอาเวลาว่างมาหารายได้เสริมได้อีกด้วย สำหรับคนที่ไม่ต้องจ่ายค่าหอ ผมขอให้มองเพื่อนๆ ที่มีภาระค่าหอครับ ถ้าเขาอยู่ได้ เราก็ต้องอยู่ได้ เงินส่วนต่างตั้ง 4,000 บาทนั้น ผมแนะนำให้ออมมากขึ้นสัก 1,000-2,000 ต่อมาดูว่ามีวิธีไหนไหมที่จ่ายค่าเดินทางมากขึ้นอีกหน่อย แต่ประหยัดเวลาเดินทางได้ เช่น เปลี่ยนจาก รถเมล์เป็นรถไฟฟ้า หรือพี่วินฯ เก็บพลังงานเราไว้ใช้ในการทำงานครับ สุดท้ายที่เหลือก็เอาไปกิน เที่ยวตามใจชอบครับ
  4. ค่าข้าว ค่าน้ำ – รวมอยู่ด้วยกันครับ คำแนะนำคือ พยายามควบคุมค่าใช้จ่ายรายวันนี้ให้อยู่ในงบ พึงระลึกไว้ว่า เงินที่เหลือถัดไปจากก้อนนี้ คือ งบ shopping และเที่ยวแล้วครับ ถ้าประหยัดตรงนี้ได้ จะมีเงินเหลือให้ช้อป กินดื่มได้มากขึ้น สำหรับคนเงินเดือนเริ่มต้น ผมแนะนำให้ห่างไกลสิ่งเหล่านี้ครับ
    • กาแฟ ชานมไข่มุก แก้วละ 40 บาท ถึง 140 บาท ไว้รวยแล้วค่อยกินครับ กินกาแฟฟรีใน office ไปก่อน ถ้าเรากินกาแฟแก้วละ 50 ทุกวัน 20 วันต่อเดือน จะเป็นเงิน 1,000 บาทครับ มีค่าเท่ากับ ปาร์ตี้มันส์ๆ 1 ครั้ง บวกกับเสื้อผ้า แพลตตินัม 2 ชิ้นขึ้นไป อีกตัวเลือกหนึ่งที่ใช้แก้ง่วง แทนกาแฟ ได้ ผมแนะนำ หมากฝรั่งครับ 1 กล่อง 10 บาท มี 9 เม็ด กินได้ 2 วัน เฉลี่ยวันละ 5 บาท แก้ง่วงได้ แถมยังเพิ่มออกซิเจนให้สมองด้วยครับ
    • บุหรี่ ทั้งทำร้ายสุขภาพและกระเป๋าสตางค์
    • อาหารกลางวันมื้อแพงๆ ถ้าไปกินกับพี่ๆ ที่ทำงาน ให้พี่ๆ มันจ่ายไปครับ ถ้าพี่ไม่เลี้ยง วันหลังไม่ต้องไปกิน เราเงินเดือน 15,000 พี่เงินเดือน 50,000 การใช้ชีวิตไม่เหมือนกันอยู่แล้ว จะให้ไปกินแพงๆ มื้อละ 100-200 ขึ้นไป พี่ต้องเลี้ยง!

สุดท้ายคือเงินเหลือ เที่ยว shopping – เคล็ดลับของเรื่องนี้ คืออย่างนี้ครับ

คนทั่วไป มักจะเที่ยว shopping ตอนต้นเดือน ทันทีที่เงินเดือนออก แล้วพอปลายเดือนค่อยกินแกลบ

ผมแนะนำกลับกัน เงินเดือนออกปั๊บ

ออมก่อน ใช้จ่ายประจำก่อน แล้วเหลือเท่าไหร่ ตอนปลายเดือน ค่อยเที่ยว ค่อย shop เท่านั้น

สมมติเงินเดือนออกวันที่ 31 แทนที่จะ shop วันที่ 31, 1, 2, 3 เราหันมา shop วันที่ 30 แทนดีกว่าครับ ใช้ให้มันหมดไปเลยก็ได้ เพราะวันรุ่งขึ้นเงินใหม่จะมาแล้ว เป็นวัยรุ่นมันต้องเที่ยวต้อง shop บ้าง อย่าไปฝืน อย่าไปทำให้ชีวิตมันลำบากยากแค้นมากนัก หาความสุขความสบายใส่ตัวบ้าง เพื่อให้เราไม่รู้สึกกดดันกับชีวิตและการเงิน และเราจะมีสมาธิกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ครับ

สุดท้าย ดูจากตาราง เราจะเห็นได้ว่า เฮ้ย จำนวนวันในแต่ละเดือนมีความสำคัญนะ เห็นอย่างนี้เราคงรักเดือน กุมภาฯ เพิ่มขึ้นอีก และเราคงรักเดือนที่มี 30 วันมากกว่า เดือนที่มี 31 วัน มากขึ้นอีกหน่อย ขอให้สนุกกับการบริหารเงินครับ

  1. #1 by iPattt on August 21st, 2012

    เยี่ยมไปเลยครับ พี่ siwat เข้าใจเด็กจบใหม่ดีจัง :D
    แต่พอดูแล้ว ผู้ชายที่กำลังจีบผู้หญิงอยู่นี่ก็งานหนักนะครับ :P
    จะไปเลี้ยงไปรับไปส่งเขาได้อย่างไร

    อีกเรื่องคือ เท่าที่ผมสังเกต คนที่ยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง
    ก็อยากจะมีรถกัน ผมบอกได้เลยครับว่า ถ้าเราจะซื้อรถสักคัน
    มันจะเท่กับเพื่อนๆและครอบครัวแค่ช่วงแรกๆเท่านั้น และต่อไป
    จะเป็นภาระอย่างใหญ่หลวง ถ้าเงินเดือนไม่มากกว่า 30000
    ไม่แนะนำให้ซื้อรถอย่างยิ่งครับ แม้ว่าพ่อแม่จะดาวน์ให้ก็ตาม

  2. #2 by tanit on August 21st, 2012

    ลืมค่าของใช้จำเป็น สบู่ ยาสระผม ผงซักฟอก นานาจิตตังไปปล่าวครับ ของพวกนี้ไม่ใช่ถูกๆนะ ใช้ประมาณเดือนนิดๆก็หมด

  3. #3 by go2jame on August 21st, 2012

    ขอบคุณสำหรับ ความรู้ดีๆ ครับ

  4. #4 by rujipars on August 21st, 2012

    เรื่องหักสำรองเลี้ยงชีพ “ยิ่งหักมาก ยิ่งได้เงินมาก” ไม่น่าจะใช่ (หรือไม่ได้จริงเสมอไป) ครับ เพราะบริษัทเท่าที่ผมทราบจะสมทบให้ตามอายุงานอยู่แล้ว โดยที่เราไม่จำเป็นต้องให้หักส่วนของเราเพิ่ม

    ถ้าเป็นกรณีอย่างที่ผมว่า จะให้หักมากน้อยขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่กองทุนฯ สามารถทำได้ ถ้าผลตอบแทนน้อย ผมก็ให้หักน้อย แล้วเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่า หรือใช้หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน

    แต่ถ้าคิดว่าตัวเองไม่มีวินัยในการออมเงิน เลือกส่งสำรองเลี้ยงชีพเต็มอัตราก็เป็นทางเลือกหนึ่งครับ

  5. #5 by siwat on August 21st, 2012

    ขอบคุณคุณ tanit ครับ ผมลืมไปจริงๆ ด้วย เบ็ดเสร็จสักเดือนละ 200 น่าจะพอนะครับ ลดค่าโทรศัพท์กับค่าไฟลงสักหน่อยเอามาจ่ายดีไหมครับ

    ขอบคุณคุณ rujipars ด้วย สงสัยผมต้องไปเติมครับ ว่า โปรดเช็คกฎ กติกา การจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทที่ท่านทำอยู่ก่อนครับ

    ส่วนคุณ iPattt เห็นด้วยเต็มร้อยครับ ไม่ถึง 30,000 อย่าเพิ่งถอยรถ!

  6. #6 by katoonix on August 21st, 2012

    ขนาดเงินเดือน 30,000++ แล้วผ่อนรถยังจะตายเลยค่าา T^T

    ที่แย่สำหรับผู้หญิงอยู่อย่าง คือมีเรื่องเครื่องประทินผิวนู่นนี่
    สบู่ ครีม โลชั่น พวกนี้ไม่ใช่ถูกๆ เลยค่ะ แต่ละเดือน T^T

  7. #7 by yokekung on August 21st, 2012

    เห็นด้วยกับพัชร นะครับ ถ้ามีแฟน ออกให้แฟน สูตรนี้ใช้ไม่ได้ชัวร์ แต่ชอบครับ ตอนนี้งดหลายอย่าง ประหยัดได้เยอะ ออ แนะนำว่า ถ้าที่ไหนมีรถสองแถว กระป๊อ แนะนำครับ ออกเช้าหน่อย ทำอยู่ คือเปลี่ยนจากมอเตอร์ไซต์ 50 บาท เป็นกระป๊ะ 6 บาท 2 ต่อก็ 12 บาท แล้วขึ้นรถไฟฟ้าก็ตั๋วเดือนครับ คุ้มกว่า คุมค่าใช้จ่ายง่ายมาก แต่ถ้าเงินเดือน 15000 มีรถล่ะ?

    iPattt :
    เยี่ยมไปเลยครับ พี่ siwat เข้าใจเด็กจบใหม่ดีจัง
    แต่พอดูแล้ว ผู้ชายที่กำลังจีบผู้หญิงอยู่นี่ก็งานหนักนะครับ
    จะไปเลี้ยงไปรับไปส่งเขาได้อย่างไร
    อีกเรื่องคือ เท่าที่ผมสังเกต คนที่ยังไม่มีรถเป็นของตัวเอง
    ก็อยากจะมีรถกัน ผมบอกได้เลยครับว่า ถ้าเราจะซื้อรถสักคัน
    มันจะเท่กับเพื่อนๆและครอบครัวแค่ช่วงแรกๆเท่านั้น และต่อไป
    จะเป็นภาระอย่างใหญ่หลวง ถ้าเงินเดือนไม่มากกว่า 30000
    ไม่แนะนำให้ซื้อรถอย่างยิ่งครับ แม้ว่าพ่อแม่จะดาวน์ให้ก็ตาม

  8. #8 by pinnynoy on August 21st, 2012

    โอ้นู๋ไม่ค่อยเหลือใช้เลย สงสัยต้องจำเอาวิธีพี่ป้อมไปใช้บ้างแล้ว

  9. #9 by Yoke on August 21st, 2012

    ดีใจที่พี่ป้อมเอาประเด็นแบบนี้มาเขียน หยกเชื่อว่ามันมีประโยชน์กับหลายๆคนเลยคะ อยากให้หลายๆคนมีบัญชีเงินออม เราจะเห็นความคืบหน้าของบัญชี เห็นว่าแต่ละเดือนเงินของเราเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ หรือลองสละเวลาสักนิดมาทำจัดสรรปันส่วนของเงินว่าใช้เท่าไหร่บ้าง อย่างที่พี่ป้อมทำให้ดู เพราะจะทำให้เราประเมินรายจ่ายได้

    หยกชอบตรงที่ พี่ป้อมบอกว่า เราเงินเดือน 15000 พี่เงินเดือน 50000 จะกินมื้อละ 100-200 พี่ต้องเลี้ยง!
    ไม่ได้ความว่าอยากให้พี่เลี้ยง แต่มันสื่อถึง การเลือกอาหารการกินที่เหมาะกับรายรับเรา

  10. #10 by aunjairam.m on August 23rd, 2012

    ยอดเยี่ยมมากครับ เดี๋ยวต้องขอเอาสูตรนี้ไปประยุกต์บ้างแล้ว

  11. #11 by AquaDrehz on August 23rd, 2012

    It’s good idea for start living by yourself. And no Debt life.

  12. #12 by num on September 3rd, 2012

    50000 ยังไม่เหลือเลย

  13. #13 by จากน้ำพักน้ำแรง on November 1st, 2012

    ขอแชร์ค่ะ
    คนเงินเดือน15,000ก็อาจมีรถได้นะคะ
    หากแต่ว่าเรารู้จักบริหารเงินให้ได้ ดิฉันเป็นคนนึงที่เงินเดือน 15,000 แล้วมีรถ เงินยังเหลือเก็บต่อเดือนอีก8000-10000บ. เนื่องจากส-อ มีรายได้พิเศษ
    และผ่อนรถ1/4ของรายได้ทั้งหมด ดิฉันผ่อนรถอยู่ที่4,800/ด ยังไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินเลยค่ะ
    ขอแนะนำให้เพื่อนๆหางานพิเศษทำเพื่อสร้างรายได้อีกทางค่ะ รถ1คันคงไม่ใช่ภาระที่หนักสำหรับเราอีกต่อไป
    ขอขอบคุณค่ะ

  14. #14 by Nat on December 6th, 2012

    ส่วนตัวผมคิดว่าการหาเพิ่มเป็นวิธีที่ดีมากกว่าบริหารเงินที่มีอยู่

  15. #15 by Ben on December 17th, 2012

    ใช้แนวคิดนี้อยู่เหมือนกันค่ะ กันเงินไปฝากประจำก่อน ไม่งั้น ชอปหมด

  16. #16 by Kib on March 1st, 2013

    หนูยังเรียนหนังสืออยู่ค่ะแต่ต้องใช้เงินที่คุณพ่อกะคุณแม่ส่งมาทุกเดืนให้พอ แต่มันไม่เคยพอสักทีค่ะ อ่าแลวเปนประโยชน์มากค่ะจะถ่ายรูปตารางเก็บไว้ดูเลยค่ะ

  17. #17 by โย๋ on April 25th, 2013

    ขอบคุณสำหรับแนวทางในการใช้เงินที่ดีครับซึ่งตอนนี้ผมก็ปฏิบัติอยู่บางส่วน

  18. #18 by ttoruk on May 18th, 2013

    ขอนำคำแนะนำดีๆไปเผยแผร่ให้ทุกคนที่เงินเดือน15000 บาทไปปฎิบัตินะค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อคิดคำแน่ะนำดีๆค่ะ

  19. #19 by อ้อน on July 24th, 2013

    แล้วเงินเดือน 13000 หักเงินสะสมและประกันสังคม มีหนี้บัตร 40000
    จะวางแผนแบบไหนค่ะ

  20. #20 by jubjib on July 27th, 2013

    เงินนะมันหายากเเต่มันใช้ง่าย ว่าป่ะ

  21. #21 by jubjib on July 27th, 2013

    aunjairam.m :ยอดเยี่ยมมากครับ เดี๋ยวต้องขอเอาสูตรนี้ไปประยุกต์บ้างแล้ว

  22. #22 by jubjib on July 27th, 2013

    ถ้ายากรวยก็เลิกหวยหันมาซื้อลอตเตอรี่งวดละใบคุณอาจมีสิทธิรวยเเต่ไม่จนเหมือนซื้อหวย

  23. #23 by Snoopy on September 25th, 2013

    Thumbs up for this article ka! It such a great advice and very useful for BKK salaryman. At least for me!!!

  24. #24 by วงเดือน on September 27th, 2013

    ดีมาก คอบใจหลาย ที่มีบทรยนดีดีมาฝาก

  25. #25 by ลูกอีสาน on December 24th, 2013

    เกิดมาไม่ใช่จะรวยเหมือนกันหมดทุกคนมันขึ้นอยู่กับบุญวาสนาโอกาสความยัน

  26. #26 by Wut on January 7th, 2014

    rujipars :
    เรื่องหักสำรองเลี้ยงชีพ “ยิ่งหักมาก ยิ่งได้เงินมาก” ไม่น่าจะใช่ (หรือไม่ได้จริงเสมอไป) ครับ เพราะบริษัทเท่าที่ผมทราบจะสมทบให้ตามอายุงานอยู่แล้ว โดยที่เราไม่จำเป็นต้องให้หักส่วนของเราเพิ่ม
    ถ้าเป็นกรณีอย่างที่ผมว่า จะให้หักมากน้อยขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่กองทุนฯ สามารถทำได้ ถ้าผลตอบแทนน้อย ผมก็ให้หักน้อย แล้วเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่นที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่า หรือใช้หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน
    แต่ถ้าคิดว่าตัวเองไม่มีวินัยในการออมเงิน เลือกส่งสำรองเลี้ยงชีพเต็มอัตราก็เป็นทางเลือกหนึ่งครับ

    เห็นด้วย ขึ้นอยู่กับอายุงานนะ แก้ด่วน

  27. #27 by หนุ่มนวลจันทร์ on January 14th, 2014

    ขอบคุณมากครับพี่ บทความนี้มีประโยชน์กับผมมากๆครับ

  28. #28 by เภตรา on April 18th, 2014

    ขออนุญาตแชร์ และปริ๊นเก้บไว้อ่านนะคะ

  29. #29 by ืnattharicha on April 18th, 2014

    เป็นแนวคิดที่ลงตัว และใช้งานได้จริง ใครทำได้ถือว่าอนาคตดีไปแล้วกว่าครึ่ง ขอบคุณผู้เขียนมากค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดี ทุกวันนี้ทำตาราง excel ใส่ค่าใช้จ่าย รายได้ ประมวลผลออกมาว่าจะเหลือเงินไปทำอะไรได้เท่าไร มีค่าใช้จ่ายอะไรที่เป็นส่วนเพิ่ม ลดได้อย่างไรบ้าง ก็ช่วยได้บ้างค่ะ แต่ที่แน่ๆ ต้องพยายามหารายได้มาเพิ่ม จะได้มีเงินออมตามเป้าหมาย ขอบคุณผู้เขียนอีกครั้งนะคะ :)

  30. #30 by ืnattharicha on April 18th, 2014

    สำหรับตัวเอง ก็เคยได้รับรายได้ตามบทความนี้ แต่ไม่ได้จบใหม่ หรือว่าอะไรทำนองนั้นเลย ทำงานมานานหลายปี แต่อยู่ในบริษัทเจ้าของคนเดียว ทำงานหลากหลาย ตำแหน่งไหนลาออกก็ต้องไปรับงานไว้ก่อน รอคนใหม่มาแล้วค่อยสอนงาน ส่งงานต่อ เป็นแบบนี้วนไปวนมา ได้เรียนรู้งานหลายอย่างจริง มีประโยชน์มากถ้ามีโอกาสได้เปิดบริษัทของตัวเอง แต่บังเอิญว่าไม่มี ก็เลยต้องทำงานรับจ้างเป็นรายเดือนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ค่ะ ยังดีที่มีโอกาสได้มาทำงานให้บริษัทอื่นที่จ้างมากกว่านั้น ไม่งั้นคงยังเดินย่ำอยู่ที่เดิมค่ะ โอกาสของเรา บางทีก็ต้องค้นหามันเอง เปิดโอกาสให้ตัวเอง ^^v

  31. #31 by A on April 18th, 2014

    แค่ค่าผ่อนคอนโดก้อเกินเงินเดือนละคับ ทุกวันนี้นั่งแทะคอนโดแก้หิวปายยย

  32. #32 by ใบตอง on April 18th, 2014

    แล้วคนที่มีครอบครัว แต่เงินเดือน 15,000 ล่ะ
    เห๊อะๆๆๆ ไม่อยากจะคิด
    แล้วสำหรับคนบ้านไกลจากที่ทำงาน
    ค่าเดินทาง ตกวันละ 150 บาท ต่อวัน
    ทำงัยดี สูตรนี้คงใช้ไม่ได้ใช่ม่ะ

  33. #33 by บีช on April 18th, 2014

    ของผม 14,000 ข้าวฟรีเช้า เที่ยง เย็น

  34. #34 by nap on April 18th, 2014

    ค่าหอ 4000 ไม่มีทางๆๆๆ งือๆ

  35. #35 by Naht on April 18th, 2014

    รีบมีแฟนครับ 1+1จะได้เท่ากับ 11
    1.ห้องพักจากนอนคนเดียวจะได้เพื่อนนอนที่รู้ใจยอมให้อยู่ใกล้ที่ทำงานฝ่ายหญิงมากที่สุดเพราะเขาจะเก่งงานบ้านกว่าเรา
    2.อาหารทำกินจะคุ้มกว่าซื้อ ใส่กล่องไปกินที่ทำงานดีมาก แถมสะอาด
    3.หาความสุขในที่พักของตัวเองทำให้เป็นสวรรค์ไม่ต้องไปหาความสุขที่ไหน
    4.เริ่มต้นจากมอเตอร์ไซค์ก่อน ต่อมา อีโค่คาร์ แบบศูนย์เปอร์เซ็นต์ในงานมอเตอร์โชว์ ยอมติดแก๊ส Lpg เพื่อประหยัดอีกชั้นหนึ่ง ต่อมาค่อยรถในฝัน
    5.คบเกิน3ปีขยับขยายซื้อคอนโดล้านต้นๆเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนเล็กๆ
    6.ส่งเสริมให้คู่รักของตนเรียนต่อ ป.โท โดยเรียนทีละคนจนจบเพื่อเปลี่ยนหน้าที่หรือขยับขยายหางานใหม่ที่เงินเดือนสูงกว่า
    7.ใช้กระเป๋าเดียวกันเหมืนแชร์ค่าใช้จ่ายกับเพื่อนแต่สิ่งที่ได้ยิ่งกว่าความมั่นคง
    เท่ากับได้เพื่อนแท้มาหนึ่งคน เท่ากับชีวิตสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง
    8.จัดพิธีแต่งงานเพียงสมควรแก่ฐานะเพื่อให้เกียรติฝ่ายหญิงเงินส่วนที่ได้จากการแต่งงานเป็นต้นทุนที่ดีอย่างหนึ่ง และการจดทะเบียนสมรสอาจลดหย่อนภาษีได้
    9.หารายได้พิเศษเพียงแค่ไม่กระทบกับงานประจำและเป็นงานที่ทั้งคู่ร่วมกันทำได้
    10.เที่ยวธรรมชาติเพื่อไม่สิ้นเปลืองมากทั้งยังได้ความทรงจำดีๆส่งผลให้จิตใจปลอดโปร่ง
    11.พากันไปทำบุญสร้างกุศลตามฐานานุรูปเพื่อสร้างจิตที่เป็นกุศลร่วมกัน เช่น ทำบุญ 9 วัด กับ ขสมก. วันเสาร์-อาทิตย์ อย่าลืมว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้”
    11 ข้อกับการวางแผนค่าใช้จ่ายสิ่งที่ได้อาจเป็นความสุขระยะยาวครับ. ไหนๆถ้าคิดว่าชาตินี้จะมีคู่ลองนำไปคิดดูนะครับเพราะอาจสบายกว่าอยู่คนเดียวครับ. มีเพื่อนร่วมสร้างสำเร็จกว่าสร้างคนเดียว ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ

  36. #36 by nat on April 19th, 2014

    ขอบคุณนะคะ แต่มันทำไม่ได้แบบที่ว่า ให้พ่อแม่ก็ 5000 แล้ว อาหารมื้อนึงข้าวราดแกงจานละ 60 แล้ว มันจะไปพอได้ยังไงค่าครองชีพสูงไปสำหรับเงินเดือน 15000-20000 ค่ะ

  37. #37 by เควิน on April 19th, 2014

    พอประทังชีวิต แล้วก็หางานที่ 2 ทำ หางานที่ให้รายได้มากกว่า

  38. #38 by เควิน on April 19th, 2014

    Kib :
    หนูยังเรียนหนังสืออยู่ค่ะแต่ต้องใช้เงินที่คุณพ่อกะคุณแม่ส่งมาทุกเดืนให้พอ แต่มันไม่เคยพอสักทีค่ะ อ่าแลวเปนประโยชน์มากค่ะจะถ่ายรูปตารางเก็บไว้ดูเลยค่ะ

    สู้สู้ครับ

  39. #39 by Y_Y on April 19th, 2014

    ค่าอาหารเช้า กลางวัน เย็น 30-40 บาท ปัจจุบัน หากินได้ราคาตามนี้จริงๆ เหรอ แล้วค่าน้ำดื่มอีกล่ะครับ

  40. #40 by siwat on April 19th, 2014

    Y_Y :

    ค่าอาหารเช้า กลางวัน เย็น 30-40 บาท ปัจจุบัน หากินได้ราคาตามนี้จริงๆ เหรอ แล้วค่าน้ำดื่มอีกล่ะครับ

    ปัจจุบันคงยากแล้วครับ บทความนี้เขียนเมื่อปี 2012 ครับ ตอนนั้นคงยังพอไหว

  41. #41 by siwat on April 19th, 2014

    nat :

    ขอบคุณนะคะ แต่มันทำไม่ได้แบบที่ว่า ให้พ่อแม่ก็ 5000 แล้ว อาหารมื้อนึงข้าวราดแกงจานละ 60 แล้ว มันจะไปพอได้ยังไงค่าครองชีพสูงไปสำหรับเงินเดือน 15000-20000 ค่ะ

    ถ้าต้องมีภาระให้พ่อแม่ 5,000 จริงๆ แล้วต้องจ่ายค่าหอด้วย ยากแน่ๆเลยครับ ส่วนอาหารคงต้องหาทางกินให้ได้ราคาต่ำกว่านี้ครับ ถึงจะอยู่ได้ สมัยนี้ 15,000 อยู่ยากแล้วจริงๆ

  42. #42 by Great on April 19th, 2014

    การจัดระเบียบการเงินก็เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมนะครับ แต่ถ้าเพิ่มการตั้งคำถามกับชีวิตว่า ทำอย่างไรให้มีรายได้ที่จะตอบโจทย์สิ่งที่ชีวิตต้องการ งานที่ทำอยู่ตอบโจทย์ชีวิตที่ต้องการได้หรือไม่? ไปด้วยก็จะเกิด Solution ที่จะนำพาไปหาวิธีการหารายได้ที่ตอบโจทย์ชีวิตที่ต้องการ ก็น่าจะเยี่ยมเลยนะครับ

  43. #43 by นิ้ง on April 19th, 2014

    ถ้ามีลูกจะกินไรกันอะทีนี้ อยู่ยากว่ะ

  44. #44 by LOLO on April 21st, 2014

    อ่อน

(will not be published)
  1. No trackbacks yet.