Posts Tagged management

การทำงานกับน้องๆ Gen-Y #mgrlunch 22 Sep 2011

เมื่อวาน 22 ก.ย. ผมเริ่ม tweet แชร์ประสบการ์บริหารเป็นครั้งแรกด้วย tag #mgrlunch นะครับ ครั้งแรกนี้เล่าเรื่อง การทำงานกับน้องๆ Gen-Y สำหรับท่านที่ไม่ได้อ่าน tweet สามารถอ่านย้อนหลังได้ตามที่รวบรวมมาตรงนี้เลยครับ ส่วน #mgrlunch ครั้งต่อๆ ไปจะเป็นเรื่องอะไร โปรดติดตามช่วงหลังอาหารเที่ยง (ของบางวัน) ได้ที่ @siwat หรือ search #mgrlunch ได้เลยครับ :-)

  • นึกสนุกอยากกระโดดออกจาก Digital มาแชร์ประสบการณ์ และแนวคิดเรื่องการบริหารบ้างครับ ขอใช้เวลาหลังอาหารเที่ยง tweet ด้วย tag #mgrlunch
  • วันก่อนได้คุยกับผู้บริหารจากบริษัท consult แห่งหนึ่ง ถามว่า office ผมมีน้องๆ รุ่นใหม่ Gen-Y เยอะ มีิวิธีการบริหารอย่างไร #mgrlunch
  • เท่าที่สัมผัสน้องๆ รุ่นใหม่ จะเลือกงานด้วย 2 เกณฑ์นี้ครับ อันแรกคือ -ความชอบ- ส่วนอันที่สอง ว่ากันตรงๆคือ -เงิน- #mgrlunch
  • น้องๆรุ่นหลัง มีความกล้าในการตัดสินใจ “เลือก” สิ่งต่างๆให้กับตัวเองมากขึ้น กล้าเสี่ยง เป็นตัวของตัวเอง มาตั้งแต่ก่อนเรียนจบแล้ว #mgrlunch
  • ที่สังเกตเห็นได้คือ ทำกิจกรรมกันเยอะ ประกวดโน่นประกวดนี่ ตามความชอบความสนใจ ถ้าทำงานแล้วไม่ชอบก็พร้อมจะเปลี่ยนทันที #mgrlunch
  • เพราะฉะนั้นเวลาชวนน้องมาทำงาน อย่าเป็นฝ่ายเลือกน้องข้างเดียว ต้อง -แบ- ให้น้องเห็นว่าถ้าน้องมาแล้วจะเจออะไร ทำอะไร #mgrlunch
  • ส่วนตัวผมชอบวิธีการเล่าให้เห็นทั้งสองด้าน ว่างานนี้ น่าจะสนุกตรงไหน และงานนี้ไม่น่าสนุกตรงไหน ถ้าน้องไม่ชอบ ก็ไม่แนะนำให้มา #mgrlunch
  • จริงอยู่ ตอนสัมภาษณ์งานคุยกันแป๊บเีดียว บางอย่างไม่ลองไม่รู้ แต่การแชร์ข้อมูล ก็ช่วยลดช่องว่าง ลดโอกาสที่จะเข้าใจไม่ตรงกัน #mgrlunch
  • แต่บางทีน้องอยากได้งาน อาจจะปากหวานบอกว่าชอบ คนสัมภาษณ์ต้องถามเจาะว่า ชอบตรงไหนมากที่สุด (ตรงที่ไม่ตอบก็แปลว่าชอบน้อยสุด ฮา) #mgrlunch
  • นอกจากนี้ พี่ๆ ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเรื่อง ลักษณะนิสัย ประเภทของคน จะได้รู้ว่าน้องคนนี้ เหมาะกับงานเราหรือเปล่า #mgrlunch
  • จัับคนให้ตรงกับงาน งานให้ตรงกับคน เหนื่อยน้อยกว่ามานั่งหว่านล้อมให้น้องอยากทำงานที่ตัวเองไม่ชอบแล้วก็ไม่สำเร็จ ป่อยๆๆ #mgrlunch
  • ส่วนเรื่องตังค์ เงินเดือนน้องๆจบใหม่ไม่ค่อยปรับฐานขึ้นเท่าไหร่ ข้าวของแพงขึ้น สิ่งยั่วใจเยอะขึ้น น้องๆมีเรื่องเสียตังค์เยอะ #mgrlunch
  • ถ้าเจอน้องทำงานเก่งทำงานดี ต้องกล้าจ่ายมากกว่าสมัยก่อน เดี๋ยวนี้น้องจบใหม่ ถ้าเก่ง เก่งจริงๆ ไม่ใช่แค่วิชา ประสบการณ์ก็มี #mgrlunch
  • ได้ยินบางคนบ่นว่าเด็กจบใหม่สมัยนี้ทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง ผมว่าไม่จริง เขาพร้อมจะเรียนรู้ เก็ทเร็วด้วย ตั้งใจทำด้วยถ้าเขาชอบ #mgrlunch
  • ที่ลำบากหน่อยสำหรับผู้บริหารบริษัทใหญ่ๆ คือ ระบบงาน วิธีการทำงาน มันออกแบบมาเป็นสิบปีแล้ว แต่น้องๆ รุ่นหลังเขาเป็นอีกแบบ #mgrlunch
  • ระบบงานเก่า เจอกับน้องๆ รุ่นใหม่ ระยะสั้นปรับระบบคงไม่ทัน พี่ๆต้องค่อยๆอธิบายให้น้องเข้าใจว่าทำไมเราต้องทำงานตามระบบครับ #mgrlunch
  • ส่วนระยะยาว องค์กรที่มองการณ์ไกล เริ่มปรับระบบวิธีการทำงานแล้วครับ ลดงานน่าเบื่อซ้ำซ้อน เปิดให้สร้างสรรค์สนุกถูกใจคนรุ่นใหม่ #mgrlunch
  • สรุปสุดท้ายการทำงานกับ Gen-Y ศึกษาความชอบ จัดงานให้ตรงกับคน กล้าจ่ายให้สมฝีมือ เปิดโอกาสให้คิด พี่ๆต้องปรับตัวหาน้อง ครับ #mgrlunch

, , , ,

No Comments

#ignitebkk ครั้งแรกของผม : ทำงานแบบนักฟุตบอลอาชีพ

ทันทีที่ได้ทราบเรื่องงาน Ignite Bangkok ต่อมการแบ่งปันของผมก็ถูกเขี่ยให้ทำงานอย่างหนัก ผมตัดสินใจเลือกอยู่ระหว่างสองสามหัวข้อ แต่หลังจากได้นั่งอ่านรายละเอียดงานเพิ่มเติมใน http://ignite.kapook.com/ และได้โทรปรึกษาพี่เอ๋อ @iwhale แล้ว ก็ตัดสินใจครับ ว่า …

งานนี้ … เอาของเก่ามาขาย (คุณ กัง @gungg) จับได้ แม้จะไม่ได้ไปฟังที่ TCDC ด้วยตัวเอง

แม้ปรกติในงานที่ทำจะต้องนำเสนองานอยู่แล้วบ่อยๆ แต่ครั้งนี้มันกดดันกว่าตรงเจ้า 15 วินาทีต่อ slide นี่แหล่ะครับ (ปรกติ speed ของผมคือ 60 วินาทีต่อ slide) ก่อนถึงวันลงสนามเลยต้องซ้อมกันหน่อย แต่อย่างที่พี่เอ๋อว่า เวลาน้อย ก็ซ้อมได้หลายรอบ ซึ่งก็จริงครับ ยิ่งซ้อมยิ่งมันส์

อย่างไรก็ตาม … เมื่อลงสนามจริง ก็มีตื่นเต้น จะหลุดเฟรมกันไปบ้างครับ ลองดูกันนะครับ :-)

ต้องขอบคุณพี่เอ๋อ และทีมงาน ignite ทุกท่าน ทั้งพี่เอ๋อ @iwhale คุณโอ๋ @osara @oaddybeing @dearannie ที่จัดงานดีๆ ให้เรา รวมไปถึงทีมงาน Duocore.tv @hohoteam @nytonkla ที่ช่วยเก็บภาพ การพูดคอเอียงๆ ของผม รวมไปถึง @kengdotcom และ @phongleehae ที่ไปพูดเป็นเพื่อนกันในงานนี้นะครับ ขอบคุณทุกๆท่านสำหรับเสียงปรบมือเป็นกำลังใจ และพิเศษสำหรับความรู้ดีๆ ที่ผมชอบเป็นพิเศษจาก @ripmilla @roofimon @tongkatsu (โหดร้ายมากผมลดน้ำหนักอยู่) และ @thongnet … มีอีกครั้งหน้าจะหาเรื่องที่มีประโยชน์ไปเล่าสู่กันฟังครับ

อ้อ … ส่วนเรื่องที่ว่าเอาของเก่ามาขายนั้น เป็นเพราะผมได้ blog เรื่องนี้ไว้ ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีกว่าที่แล้วครับ ลองอ่านดูได้ครับ :-)

ตอน 1 : http://www.siwat.com/?p=471

ตอน 2 : http://www.siwat.com/?p=474




Ignite Bangkok 2010

, , , , , ,

2 Comments

ทำงานแบบนักฟุตบอลอาชีพ (2)

ครั้งที่แล้วผมเล่าถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวกับนักฟุตบอลมืออาชีพไปแล้วนะครับ

 

คราวนี้เราลองมา “ลงสนาม” กันเลยครับ …

 

บางทีมลงสนามมาก็บุกครับ บุกไปเพื่ออะไรครับ บุกไปเพื่อทำประตู เพื่อยิงประตู เพื่อชัยชนะเหมือนกับการทำงานที่เราต้องการความสำเร็จ เคยได้ยินคำว่า “Hit the goal” มั้ยครับ มันแปลได้กลายๆ ว่า “เข้าเป้า” “เข้าประตู” หรือ “บรรลุเป้า” อะไรประมาณนั้น

 

ถามว่าใครบ้างครับ ที่ต้องบุก มันก็ทั้งทีมแหละครับ ตั้งแต่ประตูส่งให้กองหลัง หลังผ่านมากลาง กลางหาช่องจ่าย หน้าเข้าฮอต เป็นประตู เพราะฉะนั้นการจะทำงานให้บรรลุเป้าจึงต้องอาศัยทีมงานทั้งทีมช่วยกันไงครับ ฝ่ายการตลาดจ่าย ฝ่ายขายยิง เป็นประตู ๆๆๆๆ

 

เคยดูบอลบางนัดมั้ยครับ บางทีมบุกเป็นว่าเล่น ยิงเอายิงเอา แต่มันไม่เป็นประตูเสียที ยิงเท่าไรก็ไม่เข้า ออกบ้าง โดนเซฟบ้าง หลายครั้งมันเหนื่อยนะครับ ไอ่การบุกทำประตูเนี่ย ก็เหมือนกับงานแหละครับ ทำงานกันแทบตาย ทำงานหนัก เหนื่อยสารพัด ทุ่มเทก็แล้ว ก็ไม่บรรลุผลสำเร็จ … เกิดขึ้นได้มั้ยครับ เกิดขึ้นได้แน่นอนครับ

 

คำถามครับ! จะแก้ไขอย่างไรครับ ถ้าบุกเท่าไรก็ยิงไม่ได้

 

ประการแรกเลย มันขึ้นกับพรสวรรค์ของนักเตะครับ ใช่ครับ คนทำงานเรา ก็ต้องมีทักษะ ความสามารถมากพอ ไหนจะความคิดสร้างสรรค์อีกล่ะ เลี้ยงไปตรงๆไม่ผ่าน ก็ทำชิ่งกันบ้าง

 

บางทีมบุกแล้วยิงไม่ได้ก็ปรับแผนครับ เอาล่ะเจาะตามช่องไม่ได้ ต้องเปลี่ยนมาโยนยาว อันนี้หน้าที่ใครครับ หน้าที่ ผจก. หรือ ผู้บริหารนั่นเองครับ ผู้บริหารจะปรับแผน เพราะเขาเห็นทีมทั้งทีมบุกแล้วบุกอีกแต่ยิงไม่ได้ เขาจึงปรับ

 

บางครั้งถามนักเตะ นักเตะก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ว่าทำไมถึงยิงไม่ได้ เพราะตัวเรามันวิ่งอยู่ในสนามไงครับ ไล่บอลอยู่ ไล่สกัดอยู่ เหนื่อยแฮ่กๆ อยู่ เวลาเราอยู่ในสนามเราเห็นหมดรอบด้านมั้ยครับ ว่าเพื่อนเราใครวิ่งทางไหน คู่แข่งตั้งรับอย่างไร เราเห็นไม่หมดครับ บางคนเรียกว่า เราไม่เห็นภาพรวมไงครับ …นักเตะต้องเชื่อใจ ผจก. พอสมควรครับ เพราะเราแบ่งหน้าที่กันแล้วนี่ คุณเตะ ผมนั่งดู และผมแก้ไข คุณช่วยกันทำตาม ถามว่าทำไมต้องเชื่อใจกัน คิดง่ายๆ ทื่อๆ อ้าว … ก็

ผจก.เชื่อใจนักเตะทุกคนโดยการเลือกลงสนามเป็น 11 ตัวจริง แล้วไงครับ

 

ช้าก่อนครับ! ผจก.แก้เกมส์แล้วยิงได้เลยมั้ยครับ ไม่แน่ ไม่แน่ … มันยังขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆ อีกมากมายครับ เท้าของคุณที่สัมผัสบอล ไม่ใช่เท้า ผจก. หัวคุณที่โหม่ง พลังของทีมที่ช่วยกันเล่นตามแผนที่ปรับใหม่ เท่านั้นยังไม่พอครับ ใจอีกล่ะ ใจของนักเตะ บุกเท่าไร ยิงไม่เข้า มันก็อาจคิดท้อได้บ้าง จริงมั้ยครับ … แต่ …นักเตะอาชีพไม่ท้อง่ายๆ นะครับ คุณเตะบอลในซอยแถวบ้าน บุกๆ ยิงไม่เข้าคุณอาจเซ็ง เลิกเล่นไปหาเป๊ปซี่ดูด แต่ถ้าคุณลงสนามในนัดชิงฟุตบอลโลก คุณจะท้อง่ายๆหรือครับ? 

 

ยังครับ … มันไม่ใช่แค่แผน ไม่ใช่แค่ร่างกาย ไม่ใช่แค่พลังของทีม ไม่ใช่แค่จิตใจ … มันยังมีอีกครับ

.

.

.

คู่แข่ง!!!

 

บุกให้ตายโหงตายห่า เสียวแล้วเสียวอีก ยิงไปไม่รู้เท่าไร ประตูข้างนั้นมันผีเข้า เซฟได้หมดทุกกระบวนท่ามันก็ไม่เป็นประตูครับ

 

หรือลองวิเคราะห์ให้ดี เราเล่นเต็มที่ คิดว่าดีทุกอย่าง แต่ยิงไม่เข้า ซ้ำร้ายยังโดนสวน เสียประตูอีก ที่มันเป็นเช่นนี้ เพราะเรามีคู่แข่งครับ และเรากำลังบุกไปเข้าทางคู่แข่งที่ชอบสวน! ในการทำงาน ทำธุรกิจก็เหมือนกัน มันไม่ได้ขึ้นกับ เรา และทีมของเรา หรือบริษัทของเราอย่างเดียว มันขึ้นกับคู่แข่งด้วย ทุกๆหน่วยงานจึงต้องวิเคราะห์ประเมินคู่แข่ง บางครั้งเราก็เป็นผู้ตามในตลาด เหมือนทีมดิวิชั่น 2 จะตะบี้ตะบันบุกจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้มั้ยครับ มีหวังโดนยิงไส้แตกพอดี แต่ถ้าเราเหนือกว่ามาเล่นอ้อยอิ่ง ติด act มัวชะล่าใจก็ไม่ดีเหมือนกันเผลอๆ แป๊บเดียวมันยิงไกลตูมม … ซวยนะครับ ดังนั้นจึงต้องระวังครับ คู่แข่งเนี่ย ตัวดี

 

สมมติเราเหนือกว่าคู่แข่งแล้วครับ เราจะยิงประตูได้มั้ยครับ?

 

ไม่แน่อีกแล้วครับท่าน … ยังมีเรื่องลมฟ้าอากาศ สภาพสนาม ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่แม้แต่นักเตะระดับพระกาฬ หรือ ผจก. ระดับเซียน ก็ยังควบคุมไม่ได้ หรือกรรมการ!!! ท่านจะเป่าข้างไหน ไม่ได้ขึ้นกับเรานะครับ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ก็พอจะวิเคราะห์ ประเมินกันได้อีกนั่นแหละ ก่อนลงสนามก็ศึกษาสภาพสนามเสียหน่อย ฟังรายงานพยากรณ์สักนิด พวกนี้ส่วนใหญ่ ผจก. จะต้องรู้ให้มากครับ ว่าจะพานักเตะไปลงสนามประเภทไหน

 

ยังครับ ยังไม่หมด มันเหลือเรื่องสุดท้ายที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ต้องยอมรับมันครับ

มันเหนืออะไรทั้งหมดในโลกนี้ครับ มันคือ

 

 … ด ว ง …

 

ทำดีทุกอย่างครับ ทีมที่ดีที่สุด ร้อยใจเดียวกัน ช่วยกันบุก ฝั่งโน้นโดนไล่ออกเหลือ 10 คน เราเปลี่ยนกองหน้าลงไปครบแล้ว 5 คน แถมเล่นในบ้าน ไม่มีฝน ไม่มีโคลน คู่แข่งก็งั้นๆแต่ยิง ชนเสา ชนคาน ชนกรรมการ โอว้แม่เจ้า เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นครับ

 

สุดท้ายเราอาจยิงไม่ได้ และเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เพราะ … ดวง … มันเกิดขึ้นได้ครับ อยากฝากนักเตะอาชีพทุกคนจงทำใจครับ เราพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่เรากำหนดได้ และทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่สุดท้าย บอลลูกกลมๆ ครับ อะไรก็ไม่แน่นอน

 

แต่อย่าลืมสิครับ ว่าแฟนฟุตบอล สื่อมวลชน ผจก.ทีม และทุกๆคน จะเข้าใจพวกท่านเป็นอย่างดี ว่าในฐานะนักเตะอาชีพ ท่านได้ทุ่มเทหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยใจและสปิริตแล้ว แฟนบอลได้เห็นทีมที่เขารักบดขยี้คู่แข่งทางทีวี เหนือกว่าทุกกระบวนท่า เพียงแต่ทำประตูไม่ได้ และต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่แฟนบอลก็ยังรัก ศรัทธา และเชื่อในตัวท่าน เชื่อในทีมของท่าน(และของเขา)

 

เพราะเขารู้ครับ ว่าฟุตบอลมันไม่ได้วัดกันนัดเดียว ถึงคราวดวงตก เล่นดีขนาดนี้ แพ้ไปนัดเดียว เดี๋ยวอีก 10 นัดหน้ามันก็กลับมายิงกระจาย … แฟนบอลเค้าเชื่อกันอย่างงั้นจริงๆ นะ …

 

แฟนบอลเชื่ออย่างนี้แล้ว … นักฟุตบอลมืออาชีพล่ะ … จะว่าไง?

, , ,

1 Comment

ทำงานแบบนักฟุตบอลอาชีพ (1)

ทำงานมา 10 ปี เจอคนทำงานหลายแบบหลายสไตล์ หลายคนบอก เราต้องเป็นมืออาชีพ

ดูบอลมา 20 ปี ได้เห็นซูเปอร์สตาร์มากมาย เขาเหล่านั้นต่างเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ

 

ผมสังเกตเห็นความเหมือนในสองสิ่งนี้ เมื่อเดือน ก.พ. 48 ที่ผ่านมานี้เอง

เคยเขียนเป็นบทความไว้ครึ่งหนึ่ง แต่ก็หยุดพักไป

สุดสัปดาห์นี้พอมีเวลา จึงขอเอาไปขยายให้ได้ลองอ่านกันครับ …

 

เริ่มต้น

เริ่มจากทำงานวันแรก จบมาสดๆ ไม่มีประสบการณ์ มันเหมือนได้รับเลือกเข้าทีมชุดใหญ่ หรือถ้าย้ายจากที่ทำงาน

ที่เก่ามาที่ใหม่ ก็เหมือนเพิ่งเซ็นสัญญาย้ายตัวเข้ามา มีคนจ้างเรา ก็แปลว่าเขาเอาเรา มันก็เออ เหมือนเราเป็นนักบอลมีค่าตัว มีคนเห็นฝีเท้าเราใช่ไหมครับ เขาถึงจ้าง เขาถึงซื้อตัวเราเข้ามา … ใช่ครับ เขาเห็นค่าเรา เราจึงได้เข้ามา ไม่มีสโมสรไหนซื้อตัวนักบอล ที่ไม่ต้องการเข้ามาร่วมทีมหรอกครับ

 

เซ็นสัญญาเข้าสังกัดใหม่ปุ๊บ นักบอลมืออาชีพเค้าว่ายังไงครับ

“ผมจะทำเต็มที่เพื่อสโมสร และเพื่อแฟนบอลของเรา”

“ลิเวอร์พูล คือสโมสรชั้นนำของยุโรป ผมมาที่นี่เพื่อความสำเร็จ”

 

ฝ่ายผู้จัดการทีมล่ะครับ

“เคร้าช์คือกองหน้าชั้นยอด เขามาที่นี่เพื่อยิงประตู”

 

ทีม

เมื่อเรามาเริ่มงาน มันมีคนทำงานอยู่ก่อนเราแล้ว เขาก็รู้จักมักคุ้นกันดี ทำงานร่วมกันเป็นทีมเดียวกันมาก่อน มีระบบการเล่นในแบบของเขา แบบที่เขาซ้อมกันมาก่อนหน้า เมื่อเข้ามาใหม่ เริ่มแรกที่ควรทำคงหนีไม่พ้น ปรับตัวให้เข้ากับเขา เขามีระบบอย่างไรก็ศึกษา ก็ฟัง มีอะไรสงสัยก็ถามเพื่อนร่วมงาน (ร่วมทีม) ไปเรื่อย อาศัยเวลาทำความรู้จักมักคุ้น ในแต่ละวันที่มาทำงานก็เหมือนเรามาซ้อมทีมด้วยกัน แต่ละวันที่ซ้อมก็จะได้ซึมซับระบบการเล่นของทีมเข้าไปเรื่อยไม่นานก็เริ่มเข้าขากันได้

 

เคยเห็นซูเปอร์สตาร์บางคนไหมครับ ย้ายมาค่าตัวแพงระยับ ก่อนย้ายมายิงประตูระเบิดเถิดเทิง แต่พอเข้ามาทีมใหม่ กลับแป้กเสียเฉยๆ เพราะเล่นไม่เข้าระบบ เขาไม่ได้ไม่เก่งนะครับ แต่เขาเข้ากับทีมไม่ได้

สุดท้ายก็ต้องจมปลักอยู่กับเก้าอี้ตัวสำรองอย่างไม่ต้องสงสัยครับ 

 

ระบบการเล่น

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่มีสิทธิ์เลือกนะครับ ระบบทีมกับระบบงานก็คล้ายกัน แต่ละทีมเล่นต่างกันไป บางทีมเล่น 4-4-2 บางทีมเล่น 5-3-2 อยากจะไปเล่นกับทีมไหนคงต้องดูกันมาให้ดีก่อนจะย้ายมาร่วมทีม ว่าเออ ย้ายมาแล้วมันมีตำแหน่งให้เราเล่นนะ คุยกับผู้จัดการทีมใหม่นี้แล้วว่า เออ ผมย้ายมาแล้วผมจะได้เล่นแบบนี้นะครับ ขอเป็นตัวฟรี หรือขอยิงอย่างเดียว  หรือผมเล่นยังไงก็ได้ตามพี่สั่ง อันนี้มันเคลียร์กันมาก่อนแล้วใช่มั้ยครับ นี่แหละ Job Description เพราะฉะนั้นก่อนจะย้ายไปสังกัดทีมไหน ทำงานที่ไหนอย่าลืมเลือกงานให้ตรงกับที่อยากทำ และถนัด อย่าลืมถ้าคุณเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่แข็งแกร่ง สกัดแย่งบอลไม่มีหลุด แล้วมีสโมสรใหม่มาติดต่อซื้อตัว ให้ค่าเหนื่อยแพงลิบลิ่วแต่ให้ไปเล่นเป็นตัวรุกทำหน้าที่จ่ายบอล อย่าลืมดูตัวเองนะครับ มันสำคัญมากว่าคุณจะเล่นตำแหน่งใหม่ได้หรือเปล่า 

และมันก็สำคัญพอๆกันว่าคุณอยากจะเล่นตำแหน่งนั้นหรือเปล่า

 

เพื่อนร่วมทีม

หลังจากคุณเริ่มปรับตัว รู้จักกับเพื่อนร่วมทีมแต่ละคนแล้ว คุณจะเริ่มมองเห็นว่าเพื่อนแต่ละคนเป็นอย่างไร ใครชอบปล่อยโจ๊กในห้องแต่งตัว ใครถือเคล็ดต้องใส่ถุงเท้าข้างขวาก่อน ถ้าเป็นทีมเดียวกันจริง คุณจะเริ่มสังเกตเรื่องเหล่านี้ และเริ่มสนิทสนมกับเพื่อนร่วมทีมมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากสังเกตคนอื่นแล้ว ถ้าเราถือเคล็ดต้องเดินลงสนามเป็นคนที่สองทุกแมตช์ เราก็คงต้องเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมรู้เรื่องของเราบ้าง ใช่ไหมครับ เขาจะได้ไม่เดินตัดหน้าเราลงสนามไงครับ

 

เล่นให้เข้าขา

ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าความสนิทสนมในเรื่องส่วนตัว หรือการถือเคล็ดโชคลาง นั่นก็คือการเข้าใจตำแหน่งของเพื่อนแต่ละคน ไปพร้อมๆกับระบบของทีม สมมตินะครับสมมติ เปรียบฝ่ายการตลาดเป็นมิดฟิลด์ตัวมันสมองรับหน้าที่จ่ายบอลให้กองหน้าทำประตู ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนเลยนะครับ ใครเล่นตำแหน่งกองหน้าบ้าง ฝ่ายขายใช่หรือไม่ โอเคล่ะสมมติใช่ เราก็ต้องจำไว้ว่าหน้าที่เรา ที่เขาซื้อตัวเรามา ที่เรามาซ้อมด้วยกันทุกวัน คือจ่ายบอลให้กองหน้าทำประตู มีหน้าที่จ่ายก็จ่ายไปสิครับ บางนัดกองหน้าฟอร์มฮอตยิงเป็นว่าเล่น ก็น่าดีใจ บางนัดมันตีนบอดจ่ายไปกี่ลูกก็ยิงนกตกปลาหมด ก็ต้องยอมรับ คนเรามีขึ้นมีลงกันได้ อย่าไปว่ากันมาก ไม่แน่บางวันเราจ่ายบอลพลาดเยอะ หรือโยนฟรีคิกไม่เข้าเป้าเลย เขาก็ยอมรับเราเหมือนกัน ก็มันทีมเดียวกันนี่ครับ บางครั้งอาจมีโวยกันบ้าง แต่ก็ไม่โกรธกัน จริงไหมครับ

 

นอกจากรู้แล้วว่าใครเป็นกองหน้า มิดฟิลด์มันสมองที่ดีจะรู้ลึกกว่านี้อีกครับ กองหน้าคนไหนถนัดเท้าไหน หรือถนัดโหม่ง จ่ายบอลให้ถูกลักษณะ เขาก็ทำประตูได้ง่าย ในทางกลับกันเขาก็รู้เราว่าเราชอบจ่ายบอลช่องไหน จังหวะไหน เขาก็วิ่งไปหาตำแหน่งที่ว่าง หาช่องได้ถูก ยิงประตูกันเป็นว่าเล่น เล่นเข้าขา แบบนี้ก็เหมือนคนทำงานที่รู้ใจกันนั่นแหละครับ

แล้วเราจะเข้าขากันมากๆ ได้อย่างไรล่ะครับ ก็ซ้อมไงครับ และการเล่นตามระบบไงครับ ระบบจะเป็นตัวบอกเองว่าใครทำอะไร หน้าที่ไหน

 

เล่นเหนือระบบ

มีคนถามว่า อ้าว แล้ว ขอเล่นนอกเหนือระบบบ้างได้มั้ยล่ะ บางครั้งในสนามก็ต้องมีลูกเหนือความคาดหมายกันบ้าง มิดฟิลด์อย่างเรามีจังหวะขอลากเข้าไปยิงเองไม่ได้เหรอ … ถ้าไปถามนักบอลอาชีพ เขาก็ตอบ …ได้สิน้อง ระบบการเล่นที่ดีเขาไม่ตีกรอบคุณขนาดนั้นหรอก “เฮ้ย เป็นมิดฟิลด์ ห้ามยิงนะ จ่ายได้อย่างเดียว” ทีมไหนเล่นแบบนี้มีหวังพังครับ ในทำนองกลับกันนักเตะที่เล่นได้มากกว่าหน้าที่หลักของตัวเองจะมีสเน่ห์ (อย่างแรง) ด้วยซ้ำไป ลองมอง จอห์น เทอร์รี่ สิครับ เล่นได้เหนียวแน่น ไม่ผิดพลาด แล้วนานๆ ทียังขึ้นไปโหม่งทำประตูได้อีกตะหาก แบบนี้โค้ช เพื่อนร่วมทีมรักตายจริงมั้ยครับ

 

แต่ก็ต้องระวังเหมือนกันนะ กองหลังบางคนนี่ขึ้นสูงโด่งทุกครั้ง แล้วกลับลงมารับไม่เคยทัน ทำทีมเสียประตูบ่อยๆ แบบนี้ดับแน่ครับ … ก็เหมือนกับงานล่ะครับ คนที่สุดยอด คือทำงานในหน้าที่หลัก รับผิดชอบไม่เคยบกพร่อง แล้วยังมีช็อตเด็ดแสดงความสามารถพิเศษ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม (ร่วมงาน) ในภาวะคับขันได้อีก คนแบบนี้ย่อมเหนือกว่าคนที่ทำงานในหน้าที่อย่างเดียว แต่ไม่เคยเสนอความคิดอะไร หรือไม่ช่วยอะไรใครเลย 

 

คุณเป็นกองหน้ามืออาชีพ

คุณเพิ่งยิงประตูขึ้นนำ 1-0 และกำลังจะหมดเวลา คุณจะลอยๆ อยู่ข้างหน้าหรือลงมาช่วยรับตอนเสียเตะมุมดีครับ

และกลับกันถ้าทีมตามอยู่ 0-1 และเสียเตะมุม คุณจะเลือกทำอย่างเดียวกันไหมครับ?

 

วันนี้ พอเท่านี้ก่อนครับ … มีโอกาสต่อตอนหน้าครับ

, , ,

1 Comment